รามอินทรา จอ…จ่อ…จ้อ…637 วันนี้…ไม่เหมือน วันนั้น วันนี้…กับความเรียบง่าย วันนี้…ยินดีต้อนรับทุกคน

ไม่น่าเชื่อ…วันเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยน ในห้วงเวลาหนึ่ง “รามอินทรา” ยังโชคดีกับชีวิตการเป็น “คนสื่อ” เมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในกลุ่มคนสื่อวีไอพี ของ “อีซูซุ” ที่ “คุณหมู” ปนัดดา เจณณวาสิน จะเป็นคนริเริ่มการเชื้อเชิญไปทัวร์ต่างประเทศ เพื่อเป็นการเยี่ยมชมคนขายอีซูซุ ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในแถมยุโรป ทำให้ “รามอินทรา” ได้มีโอกาสท่องเที่ยวในหลายประเทศ ชนิดที่ให้ไปเองก็คงจะเป็นเรื่องยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นประเทศนอร์เวย์ เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมัน รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ไปบ่อยครั้งมาก เป็นอีกประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง และนับเป็นโชคดีที่ “รามอินทรา” เป็นหนึ่งใยผู้ได้รับโอกาส ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนสื่ออาวุโสหรือไม่ก็เป็น บก.หนังสือพิมพ์ยานยนต์ฉบับใหญ่ๆ ซึ่งก็มีทั้งสิ้นประมาณ 13 – 15 คน เพิ่งจะมางดจัดในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดอย่างโควิด-19 และเป็นช่วงเวลาที่ “คนสื่อ” ส่วนมากจะอายุเยอะขึ้นเป็นลำดับ
ห้วงเวลาเยี่ยงนี้… “รามอินทรา” มีความสุขที่สุดในแต่ละปีจะเฝ้ารอกำหนดการจากทาง “อีซูซุ” ว่าแต่ละปีจะไปที่ไหน ซึ่งมักจะเรียกว่า…ทริปวีไอพี เป็นอีกประสบการณ์ที่มากมายด้วยคุณค่าและโอกาสทองของชีวิต เพราะอย่างน้อยด้วยอายุของตัวเองยังสามารถไปไหนมาไหนได้แบบไม่ต้องให้ใครห่วง จำได้ว่า…ร่างกายยังแข็งแรงมากๆ ทนทานกับอากาศที่หนาวเหน็บ ของประเทศในแถบยุโรปได้เป็นอย่างดี จำได้ว่า…ครั้งหนึ่งทริปวีไอพี ไปประเทศเยอรมัน และได้มีโอกาสและถ่ายรูปที่กำแพงเบอร์ลิน วันนั้น…อากาศหนาวเย็นมาก ทุกคนส่วนมากจะใส่เสื้อกันไม่ต่ำกว่า 4 – 5 ชั้น “รามอินทรา” กำลังนั่งเพลินๆ ถอดแล้วเกิดวางไว้ข้างตัว พอรถจอดก็เดินลงไปโดยลืมหยิบเสื้อแล้วมีเพียงเสื้อโปโลเพียงตัวเดียว แต่…ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยังสามารถเดินฝ่าอากาศหนาวๆ ได้เป็นอย่างดี และไม่ค่อยชอบหอบเสื้อผ้าเยอะแยะ อย่างเก่งก็แค่แจ็คเก็ตหนาๆตัวนึง ก้อ…สามารถไปไหนมาไหนได้แบบไร้ปัญหา
วันนี้…วันนั้น…ผิดกันไกล ไม่น่าเชื่อวันนี้ “รามอินทรา” กลับไม่ค่อยชอบอากาศเย็นๆ ซึ่งโต๊ะทำงานใน “ยวดยาน” นั้น ต้องนั่งอยู่ใต้แอร์ รู้สึกได้เลยว่าเย็นมาก ทำให้ทีมงานแทบจะทุกคนต้องใส่เสื้อแจ็คเก็ตช่วย แต่เป้นเพราะไม่ค่อยชอบใส่ ก็เลยต้องนั่งทนหนาว โชคดีที่วันนี้…ทำห้องรับรองเสร็จเรียบร้อย เช้าพอจัดหารเรื่องส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ก้อ…จัดแจงหอบกระดาษหิ้วปากกา กาแฟ ย้ายที่นั่งไปนั่งที่ห้องรับรองแทน โดยไม่ต้องเปิดแอร์เปลือง เพราะความเย็นที่ส่งผ่านมาถึง โอเคแล้ว ใช้เป็นห้องนั่งเล่น เขียนต้นฉบับบ้าง กริ๊งกร๊างคุยกับพรรคพวกบ้าง หรือใช้สำหรับรับแขกบ้าง กลายเป็นอีกความพอดีของชีวิตประจำวัน ได้นั่งในห้องที่อากาศไม่เย็นมาก คุยกับใครก็ไม่รบกวนใคร เป็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่ตั้งใจ เป็นจังหวะพอดีของคนวัยชรา จะมีความคิดอยากตั้งชื่อว่า…อาศรมลุงนิด เป็นชีวิตที่เรียบง่าย ไม่วุ่นวายกับใคร ต้องขอบคุณ “เจ้านาย” ที่อนุมัติ และคอยใส่โน่นเติมนี่ จนกลายเป็นห้องที่น่านั่งห้องหนึ่ง
ใครผ่านมา…จะแวะมาเยี่ยมเยียนกันบ้าง ก็ยินดีต้อนรับนะครับ
มากกว่าขอบคุณ
“รามอินทรา”
บ้านชินเขต
4 กุมภาพันธ์ 2569





