“รามอินทรา” ยกนิ้วให้ 717 สงครามตะวันออกกลาง ยุติแล้ว…ใครรับผิดชอบ ความเสียหาย…ในทุกมุมโลก

ผ่านไปครึ่งปีแล้ว… “รามอินทรา” ยังรู้สึกเหมือนทุกค่ายทุกคนยังแทบไม่ได้ขยับตัวอะไรกันเลย อาจเป็นด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบาก ยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แม้กระทั่ง “รถไฟฟ้า” ที่ทำท่าจะมาแรงด้วยพิษของน้ำมันแพง ก็เจอะเจอรถจะไฟไหม้ จนเกิดคำถามขับแล้วไฟจะไหม้อีกมั้ย เป็นเรื่องที่ต้องบอก…อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละคนก็แล้วกัน “รถไฟฟ้า” ขับกันเป็นหมื่นเป็นแสนคัน เกิดไฟไหม้แค่คันสองคัน คงต้องถามใจตัวเองแล้วล่ะว่าจะกล้าซื้อมาใช้มั้ย? เพราะจะว่าไปแล้วคันที่ไฟไหม้นั้น มีการชาร์จไฟผิดกติกาที่บริษัทบอกไว้หรือไม่? บอกตรงๆ มีหลายปัจจัยมาก อยู่ที่คนขับคนใช้มากกว่าว่าจะเลือกรถไฟฟ้ายี่ห้อไหน เมื่อช่วงงานบางกอก มอเตอร์โชว์ จึงมีมาเปิดบูธกันมากมายหลายยี่ห้อ อยู่ที่บริษัทที่ดูแลรับผิดชอบนั่นแหละ จะไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อบางบริษัท “คนขาย” ยังไม่รู้เลยว่า เจ้าของเป็นใคร? แล้วคนซื้อจะยังกล้าซื้อ เพียงเพราะราคาที่ถูกกว่าเท่านั้นเองหรือ? คงต้องถามใจตัวเองแล้วล่ะ
“รามอินทรา” จึงไม่ค่อยจะแปลกใจกับความคึกคักที่ดูเหมือนจะลดลงของ “รถไฟฟ้า” ด้วยเพราะข่าวคราวของไฟไหม้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นในช่วงรถติดบนถนนเยอะๆ ก็น่าจะเป็นห่วงเหมือนกัน แต่ก็อยากให้ทำความเข้าใจด้วยว่า “รถไฟฟ้า” นั้นมีเพียงตัวถังกับแบตเตอรี่เท่านั้น เป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่มีเครื่องยนต์ไม่มีถังน้ำมัน ไม่มีอะไรปลีกย่อย อีกหลายอย่าง แค่ที่น่ากลัวก็คือแบตเตอรี่นี่แหละ เพราะเป็นผลผลิตจากประเทศจีน ที่ก็รู้ๆกันอยู่ว่า รถยนต์คันที่ไฟไหม้นั้น แบตเตอรี่ก็เมดอินไชน่า แต่อไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการรู้เค้ารู้เรา รู้ว่ากติกาเค้ามีอย่างต้องปฏิบัติตามหรือไม่ “รามอินทรา” เชื่อว่า…รถยนต์ทุกยี่ห้อก็ย่อมต้องดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าของรถยนต์ทุกคัน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกติกาด้วย อย่างรถยนต์มาสด้า 6e ที่เป็นรถไฟฟ้าคันแรกที่ “มาสด้า” เปิดตัวเปิดราคาไปในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ นั้น “รามอินทรา” ก็มีโอกาสได้คุยกับ “ไอ้หนุ่มหน้ามน” อุทัย เรืองศักดิ์ ซึ่งยืนยันว่า “มาสด้า” จะดูแลให้ทุกคนที่เป็นเจ้าของทั้งก่อนและหลัง ด้วยบริการอันเป็นบุคลิกของ “มาสด้า” ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากคนไทยมาอย่างยาวนาน
เป็นอีกความเคลื่อนไหวของค่ายยานยนต์ ในห้วงเวลาที่มีข่าวคราวว่า สงครามตะวันออกกลางนั้น ใกล้จะปิดฉากลงแล้ว ด้วยเหตุผลคนต้นเรื่องกำลังยอมรับความจริงแล้วว่า ดันทุรังต่อไปไม่ไหว เป็นความผิดพลาดที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงไปทั่วโลก ก้อ…อยากเห็นผลพวงแห่งการกระทำที่ไม่ยอมฟังเสียงใคร มีผลสรุปที่ชัดเจน โดยเฉพาะ… “คนต้นเรื่อง” ที่ควรจะรับผิดชอบต่อคนทั่วโลก ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ยังไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วสถานการณ์จะคืนกลับสู่ภาวะปกติได้เหมือนเดิมเมื่อไหร่ ยิ่งประเทศไทยที่เจอะเจอหลากหลายเรื่องราว จนทำให้เศรษฐกิจเสียหายมากมาย อยากรู้คนต้นเรื่องจะรับผิดชอบด้วยมั้ย
เชื่อเถอะ…สุดท้ายทุกอย่างก็จะเลือนหายไป
“รามอินทรา”
บ้านชินเขต
17 มิถุนายน 2569





