ลองขับ By Oil New NISSAN KICKS e-POWER ฟีลลิ่งสนุก บุคลิกรถไฟฟ้า
ภายใต้การปรับโฉมใหม่ของ NISSAN KICKS e-POWER เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภายในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2025 สามารถเรียกความสนใจของผู้บริโภค และกระตุ้นตลาดรถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีได้อย่างน่าสนใจ โดย นิสสัน ประเทศไทย ได้วางคีย์พอยต์ทางการตลาด การันตีจุดเด่นหลักในเรื่องของ “การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องง้อสถานีชาร์จ” ซึ่งเป็นการผสมผสานความประหยัดน้ำมันสูงสุดกับพละกำลังที่เร่งแซงได้อย่างเร้าใจในรถยนต์รุ่นนี้
สำหรับ “ยวดยาน” ฉบับนี้ เราได้นำThe All-New NISSAN KICKS e-POWER มาลองขับในระยะทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี ลองฟีลลิ่งต่างๆ รวมถึงออปชันการใช้งานของตัวรถว่าเป็นอย่างไร ทำไมถึงให้สโลแกนว่าเป็น “รถไฟฟ้าที่ไม่ต้องง้อสายชาร์จ”
ก่อนจะไปลองขับกัน เราย้อนกลับมาดูที่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแปลกตาไป ดีไซน์ใหม่ ลบภาพจำเดิม ด้วยการปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่หมดจด ให้ดูสปอร์ต ทันสมัย และพรีเมียมยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยตัวถังสีทูโทน หลังคาดำเงา สะท้อนความเป็นรถยนต์เอสยูวียุคใหม่ที่สะดุดตาในทุกมุมมอง
ห้องโดยสารภายในของ The All-New NISSAN KICKS e-POWER ได้รับการปรับโฉมใหม่หมดจด ภายใต้แนวคิดความพรีเมียมและทันสมัย เน้นการจัดวางฟังก์ชันให้ตอบรับกับสรีรศาสตร์ของผู้ขับขี่ ขยายความกว้างขวาง และเพิ่มความสะดวกสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้นั่ง แผงแดชบอร์ดและคอนโซลดีไซน์ใหม่ พรีเมียม วัสดุบุนุ่มคุณภาพสูง แผงประตูหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์บุนุ่ม เดินตะเข็บด้ายอย่างประณีต ลดการใช้วัสดุพลาสติกแข็งคอนโซลกลาง Matte Black Hairline คอนโซลกลางออกแบบใหม่ ใช้วัสดุสีดำด้านลวดลาย Hairline ให้ความหรูหราและช่วยลดแสงสะท้อนขณะขับขี่ พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์สปอร์ต ทรง D-Shape ปรับได้ 4 ทิศทาง มาพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง หน้าจอมาตรวัด และระบบช่วยขับขี่คันเกียร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ Electronic e-Shifter ดีไซน์โมเดิร์น
ระบบอินโฟเมนต์ควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอกลาง ระบบสัมผัสหน้า ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว จอระบบสัมผัสความละเอียดสูง จัดวางให้มองเห็นและใช้งานได้สะดวก รองรับการเชื่อมต่อ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย มาตรวัดดิจิทัล TFT ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่และสถานะระบบ e-POWER คมชัด อ่านง่าย กระจกมองหลังอัจฉริยะ (IRVM) สามารถสลับจากกระจกปกติเป็นจอแสดงภาพจากกล้องหลังรถ ช่วยให้ทัศนวิสัยเคลียร์หมดจด แม้มีสัมภาระบังท้ายรถระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Charger) แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมช่องชาร์จไฟ USB และช่องจ่ายไฟ 12V
เข้าสู่โหมดการขับขี่ สำหรับคาแรกเตอร์ของ KICKS e-POWER ที่ถือเป็นจุดขาย นั่นก็คือ “ฟีลลิ่ง” ขับสนุกและคล่องตัวที่สุดในระดับราคาเดียวกัน” ด้วยพลังการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% มอบประสบการณ์และสัมผัสเดียวกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แท้ๆ แต่เติมน้ำมันแทนการชาร์จไฟ
เวลาเหยียบคันเร่งแทบไม่ต้องกดลงไปเยอะ รถก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างฉับไว แรงบิดมาไวสไตล์รถอีวี ในเวลาเร่งแซงตอบสนองทันใจ ไม่มีรอรอบเมื่อต้องกดคันเร่ง มอเตอร์ไฟฟ้าจะส่งแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ลงสู่ล้อคู่หน้าทันที ให้ความรู้สึกพุ่งทะยาน แตกต่างจากรถไฮบริดทั่วไปที่ต้องรอการคำนวณและสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ ผนวกกับความแรงระดับ 136 แรงม้า ทำให้อัตราเร่งตอบสนองได้ดีเช่นกัน
การควบคุมรุ่นนี้เป็นพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPS เซตมาน้ำหนักเบามือ ควบคุมง่ายในช่วงความเร็วต่ำ และจะค่อยๆ ตึงมือกระชับขึ้นตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัย และด้วยการมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.1 เมตร ทำให้การกลับรถ เลี้ยวเข้าซอย หรือจอดรถในที่พื้นที่แคบทำได้อย่างคล่องแคล่ว
ช่วงล่างที่ถูกปรับเซตมาด้วยการเซตติ้งด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Torsion Beam ได้รับการปรับปรุงให้นุ่ม ซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนเมืองไทยได้ดีพอสมควร แอบไปทางแนวกระด้างๆ นิดๆ แต่ไม่ย้วยยาบ ให้อารมณ์เหมือนขับรถสปอร์ตยกสูง
นอกจากนี้ ยังมีโหมดฟังก์ชัน e-Pedal Step ที่ถูกปรับมาให้มีความสมูทขึ้น ซึ่งระบบนี้จะทำงานทันที เมื่อยกคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วลงอย่างนุ่มนวลจนเกือบหยุดนิ่ง พร้อมปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการสลับเท้าไปเหยียบเบรกบ่อยๆ เวลาเจอรถติดในเมือง ซึ่งรุ่นปรับโฉมนี้เซตระยะหน่วงมาได้สมูทและหัวไม่ทิ่มเหมือนรุ่นก่อน
บทสรุปฟีลลิ่งการขับขี่ของ The All-New NISSAN KICKS e-POWER ในภาพรวมจากการลองขับ คือเป็นรถยนตที่มีคาแรกเตอร์ของรถไฟฟ้า 100% อย่างชัดเจน ทั้งสมรรถนะ การออกแบบ ฟังก์ชันต่างๆ โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ “การขับขี่ที่สนุก คล่องตัว และควบคุมง่ายที่สุดในคลาส” วิ่งในเมืองก็คล่องตัว ออกมาวิ่งนอกเมืองก็คล่องแคล่ว ฉับไว พร้อมจะปลดปล่อยอิสระ…ในชีวิตการเดินทางของคุณได้อย่างลงตัว











