‘เอ็กซ์แพนเดอร์’ เบอร์ 1 ‘มินิ เอ็มพีวี’ ราคาดันยอดขายทะลุข้ามปี

หลังจากที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เลือกปรับขุมพลังของมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูล ไฮบริด ที่ผลิตขึ้นในไทย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง และแก้ไขปัญหาเรื่องอัตราเร่งอืดในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปเดิม จนได้รับความนิยมและการตอบรับที่มากขึ้น ส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้ขึ้นทำเนียบแชมป์ยอดจำหน่ายสูงสุดในเซ็กเมนต์มินิ เอ็มพีวี อย่างต่อเนื่อง โดยกวาดส่วนแบ่งทางการตลาดเกินกว่า 50% ด้วยยอดส่งมอบสูงถึง 5,260 คัน จากยอดรวมทั้งตลาด 12,285 คัน ตอกย้ำความนิยมในฐานะรถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขวัญใจมหาชน
หลังการปรับโฉมครั้งสำคัญของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ภายใต้ขุมพลังใหม่ “ฟูลไฮบริด” อีกทั้งรถยนต์รุ่นนี้ยังมีสายการผลิตในประเทศไทยด้วย ตอกย้ำคุณภาพในเรื่องของสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ด้วยเป้าหมายที่อยากให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด ในเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส
ด้วยความโดดเด่นดังที่กล่าวมา จึงทำให้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ทำตลาดได้ดีและตอบโจทย์คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าครอบครัวยุคใหม่ ภายใต้สมรรถนะและความคุ้มค่าที่มอบให้อย่างสูงสุด ด้วยจุดเด่น เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 116 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 255 นิวตัน-เมตร แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตราประหยัดน้ำมันที่ทำได้ดีเยี่ยมเฉลี่ยประมาณ 19 กิโลเมตร/ลิตร มาพร้อมโหมดการขับขี่หลากหลาย มีระบบ 7 Drive Mode
ช่วงล่างและระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า ด้วยระบบควบคุมการเข้าโค้ง AYC ระบบ Active Yaw Control เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ ช่วยควบคุมแรงเบรกระหว่างล้อหน้าซ้ายและขวาขณะเข้าโค้ง ทำให้รถทรงตัวได้นิ่งและปลอดภัยยิ่งขึ้น ความนุ่มนวล: ได้รับคำชมจากผู้ใช้จริงว่าช่วงล่างนุ่มนวล ซับแรงกระแทกได้ดี
พื้นที่ห้องโดยสารและทัศนวิสัยระดับรถครอสโอเวอร์ ห้องโดยสารกว้างขวางด้วยเบาะนั่ง 3 แถว รองรับได้ 7 ที่นั่งจริง เบาะแถว 2 และ 3 สามารถปรับพับได้ราบเรียบเพื่อขนสัมภาระชิ้นใหญ่ใต้ท้องรถสูง (Ground Clearance) มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถถึง 220 มิลลิเมตร (และสูงขึ้นในรุ่น Cross) ทำให้ลุยน้ำท่วมขังหรือเส้นทางขรุขระได้มั่นใจกว่ารถเก๋งทั่วไป
ด้วยเทคโนโลยี คุณภาพ รวมถึงสมรรถนะของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ มองมุมผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน เหมือนการใช้ชีวิตอยู่บนรถ จึงทำให้รถยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ซึ่งครองความนิยมด้วยยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่ม โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 50 อย่างต่อเนื่อง พร้อมคว้ารางวัลคุณภาพ “Thailand’s Most Admired Brand 2026” หมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จากนิตยสาร BrandAge ซึ่งเป็นนิตยสาร และสื่อออนไลน์ชั้นนำทางด้านการตลาดและธุรกิจ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ และผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง
นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จ และรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยที่มีต่อรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในทุกมิติ
ขณะที่ในแง่มุมของงานบริการหลังการขาย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้ามาโดยตลอด เพื่อเพิ่มความอุ่นใจที่เหนือกว่าด้วย “โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน” รูปแบบใหม่ ที่ให้การคุ้มครองคุณภาพรถยนต์สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (จากเดิม 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร) และการรับประกันระบบไฮบริดสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (จากเดิม 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) ขณะที่แบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริดยังคงได้รับการรับประกันนาน 10 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกันเดิม ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ใหม่ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 939,000 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน (Blade Silver) สีเทา (Graphite Grey) และสีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท) และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ราคาจำหน่าย 969,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา (Graphite Grey) สีดำ (Jet Black Mica) สีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) และสีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze with Black Roof) (โดยรุ่นหลังคาดำ ราคาเพิ่ม 15,000 บาท)




















