ส่องกล้อง Ford Ranger SUPER DUTY มาตรฐานใหม่ กระบะโมดิฟาย

Ford Ranger Super Duty เป็นรถกระบะมิดเดิล ไซซ์ รุ่นพิเศษ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับงานหนักระดับอุตสาหกรรม สามารถนำมาดัดแปลงได้หลากหลายสไตล์ ภายใต้ทีมการออกแบบและพัฒนาของทีมวิศวกรฟอร์ด ผลิตและส่งตรงจากโรงงาน ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือเอเอที
ทำให้ Ford Ranger Super Duty เป็นรถกระบะที่สามารถตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุยที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงเพื่อการผจญภัยในเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก ซึ่งรถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ความอเนกประสงค์ และมอบความสะดวกสบาย พร้อมเป็นรถคู่ใจสำหรับงานหนักทุกภารกิจ ทั้งในเมือง นอกเมือง
Ford Ranger Super Duty มาพร้อมไฮไลต์ที่โดดเด่นและสร้างความแตกต่างจากรถกระบะ Ranger รุ่นปกติ คือความสามารถในการบรรทุกและลากจูง ระดับ Heavy Duty แกร่งสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนามารองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม โดยตัวรถติดตั้งระบบช่วงล่างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ทั้งหมด พร้อมโครงใหม่และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ปีกนกมีความหนามากที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา Ranger จุดยึดสปริงและปีกนกล่างปรับให้ยกสูง เพื่อป้องกันการกระแทกเมื่อใช้งานออฟโรด เพลาขับหน้าและหลังที่พัฒนาใหม่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากขึ้น เฟืองท้ายแบบใหม่ ซึ่งเป็นเฟืองท้ายที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดที่เคยติดตั้งในฟอร์ด เรนเจอร์ ตั้งแต่เคยผลิตมา
โครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ให้แข็งแรงขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไปถึง 70–80 กก. เนื่องจากใช้โลหะที่มีความหนากว่าและมีจุดเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติม เพื่อให้รับกับสมรรถนะเพื่อการบรรทุกและลากจูงของหนักได้อย่างเต็มที่ กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง ทำให้กันชนมีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดีขึ้น สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กเพิ่มเติม เช่น ไฟสปอตไลต์และเสาอากาศลงบนกันชนได้ทันที กันชนเหล็กยังช่วยเพิ่มการป้องกันด้านหน้าจากการกระแทกและช่วยปกป้องตัวรถจากอุปสรรคต่างๆ ขณะขับขี่ออฟโรดได้ ล้อเหล็ก Heavy Duty นอต 8 ตัว พร้อมยาง All Terrain LT ขนาด 33 นิ้ว การใช้นอต 8 ตัว รวมถึงใช้วัสดุเหล็กช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความสามารถในการกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า ลดโอกาสเกิดความเสียหายของล้อและดุมล้อ รับแรงกระแทกได้มากกว่าล้อทั่วไป
โครงสร้างระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีโครงสร้างใหม่และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักและการลากจูง รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และทำให้รถมีเสถียรภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นเมื่อขับขี่แบบออฟโรด
ห้องโดยสารภายใน ได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบายและล้ำสมัย พร้อมความทนทานและสามารถรองรับการใช้งานจริงได้ ภายในตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 8 นิ้ว พร้อมหน้าจอสีแสดงผลแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว ช่องต่อไฟ 12 โวลต์ 1 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230 โวลต์ (400 วัตต์) 1 ช่อง กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียว ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศและระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศ พวงมาลัยไฟฟ้าพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switches
ฟีเจอร์การใช้งานในโหมดออฟโรดที่ใส่มา เรียกได้ว่าครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลังแบบไฟฟ้า ให้แรงยึดเกาะสูง ระยะต่ำสุดจากพื้น 296 มม. และความกว้างฐานล้อ 1,710 มม. มาพร้อมโหมดการขับขี่ครบครัน 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดถนนลื่น โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist)แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ Heavy Duty ปกป้องบริเวณเฟืองหน้า เกียร์ และชุดส่งกำลัง ด้วยวัสดุเหล็กหนา 3.6 มม. โดยแผ่นกันกระแทกบริเวณถังน้ำมันมีความหนัก 130 กก. และออกแบบมาให้เป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้าง ช่วยรองรับการเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวางได้
ขุมพลังและระบบส่งกำลัง Ford Ranger SUPER DUTY เครื่องยนต์ดีเซล วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร แบบ 6 สูบ 24 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์ ความจุกระบอกสูบ 2,993 ซี.ซี. มอบพละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า (154 กิโลวัตต์) ที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมการปรับจูนใหม่สำหรับงานหนัก ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A พร้อมโหมด 4H และ 4L
สำหรับ Ford Ranger SUPER DUTY ต้องยอมรับว่าเป็นรถกระบะที่อยู่ในช่องว่างทางการตลาด ถ้าไปเทียบกับกระบะคอก คงไม่ได้เพราะด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าและราคาที่สูงกว่าด้วย ระบบต่างๆ ที่ทาง ฟอร์ดให้มานั้น ต้องยอมรับว่าเป็นการรองรับเพื่อการใช้งานที่หนักหน่วง ซึ่ง Ford Ranger SUPER DUTY จะเป็นรถกระบะคันแรกที่ออกจากโรงงานที่รองรับได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกหนักหรือลุยแบบออฟโรดแบบจัดเต็ม เรียกว่าทำออกมาได้ครบ


















