‘บีเอ็ม’ ป้องแชมป์ ส่ง ‘i5’ เติมเกมรุก Q1

ร้อนแรงดั่งคาด สำหรับค่ายรถหรูบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยความสำเร็จปี 2568 กอดมาร์เก็ตแชร์ 40.5% มียอดส่งมอบ 10,582 คัน บีอีวี ยึดหัวแถว วางหมากเติมเกมรุก BMW i5 EV รุ่นประกอบไทย ลุยตลาดไตรมาสแรก ตอกย้ำภาพผู้นำยานยนต์พรีเมียมคาร์ 6 ปีซ้อน
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในปี 2568 จะมียอดขายรถยนต์ในประเทศรวมทั้งสิ้น 621,166 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 8.4 สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อในบางกลุ่ม แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังคงชะลอตัว
ขณะที่ภาพรวมตลาดรถยนต์พรีเมียมในปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2568) อยู่ในสภาวะที่ท้าทาย แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการปรับตัวของแบรนด์ยุโรป
โดย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยตัวเลขยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ รวมทั้งสิ้น 12,247 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดรวม 47% ครองแชมป์ในตลาดดังกล่าวเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดรถยนต์ที่ท้าทายในปีที่ผ่านมา

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า การรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากความเชื่อมั่นของลูกค้าและความร่วมมืออันแข็งแกร่งจากพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ แม้เศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่บีเอ็มดับเบิลยู ยังคงมุ่งมั่นส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพ นวัตกรรมล้ำสมัย และประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียม พร้อมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ในด้านผลการดำเนินงานรายแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มียอดจดทะเบียน 10,582 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์พรีเมียม 40.5% ขณะที่มินิ มียอดจดทะเบียน 1,665 คัน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ด้วยยอดจดทะเบียนรวม 1,033 คัน
นอกจากความสำเร็จด้านยอดขายแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้รับการยอมรับในด้านความพึงพอใจของลูกค้า โดยผลสำรวจ Net Promoter Score (NPS) ในปี 2568 อยู่ในระดับสูงทั้งด้านการขายและบริการ และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น Thailand’s Most Admired Company ในหมวดยานยนต์จากนิตยสาร BrandAge ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

ขณะเดียวกัน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิในประเทศไทยเติบโตขึ้น 43% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสูงสุดที่ 45.4% โดยเฉพาะแบรนด์มินิที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 372% สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของผู้บริโภคชาวไทยต่อยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า
และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัว BMW i5 eDrive40 M Sport ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นแรกที่ประกอบในประเทศ ณ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง นับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย โดย BMW i5 รุ่นใหม่นี้ โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะ ระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 627 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน WLTP) พร้อมเทคโนโลยีและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครันในสไตล์รถซีดานหรูระดับผู้บริหาร โดยราคาจำหน่าย BMW i5 eDrive40 M Sport รุ่นประกอบในประเทศ อยู่ที่ 3.499 ล้านบาท
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ย้ำความพร้อมในการเดินหน้าสู่อนาคต ด้วยกลยุทธ์ที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และการผลิตในประเทศ เพื่อมอบทางเลือกที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทยในทุกมิติ












