Ramindhra UHU

Top Menu

  • หน้าหลัก

Main Menu

  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • รามอินทรา
    • รามอินทรา ยกนิ้วให้
    • รามอินทรา จุ๊กจิ๊ก
    • รามอินทรา จอ จ่อ จ้อ
    • รามอินทรา แคะคน ค้นข่าว
    • มิตรภาพผ่านเว็บไซต์
    • ปลอดภัยไว้ก่อน
  • เกียร์ 6
  • คนในกรอบ
  • คนในสังคม
  • โซ่หลุด
  • Test Drive
  • หน้าหลัก

Ramindhra UHU

Header Banner

Ramindhra UHU

  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • รามอินทรา
    • รามอินทรา ยกนิ้วให้
    • รามอินทรา จุ๊กจิ๊ก
    • รามอินทรา จอ จ่อ จ้อ
    • รามอินทรา แคะคน ค้นข่าว
    • มิตรภาพผ่านเว็บไซต์
    • ปลอดภัยไว้ก่อน
  • เกียร์ 6
  • คนในกรอบ
  • คนในสังคม
  • โซ่หลุด
  • Test Drive
  • ‘มาสด้า’ เติมความใส่ใจ อัดโปรฯ เซอร์วิสลูกค้า

  • ‘กรังด์ปรีซ์’ ฟอร์มแรง เติบโตสวนกระแสจบ Q1

  • ‘มินิ คูเปอร์’ ส่งรุ่นพิเศษ รำลึกชัยชนะมอนติคาร์โล

  • ‘จีลี่’ เสริมทัพรถใหม่ ขยับเป้าขาย 20,000 คัน

  • ‘เอ็มจีซี-เอเชีย’ กำไรพุ่ง ‘พรีเมียมอีวี’ ยืนหัวแถว

ข่าวรถยนต์
Home›ข่าวรถยนต์›‘โอโมด้า แอนด์ เจคู่’ ลุย Q1 ผลิตรถในไทยขาย-ส่งออก

‘โอโมด้า แอนด์ เจคู่’ ลุย Q1 ผลิตรถในไทยขาย-ส่งออก

By writer
January 5, 2026
231
0
Share:

แบรนด์โอโมด้า แอนด์ เจคู่ ในเครือเชอรี แจงแผนโรงงานในไทยเริ่มผลิตจริงในไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งขายในประเทศและส่งออก ประเดิม “มาเลเซีย-อินโดนีเซีย” ก่อนขยับผลิตพวงมาลัยซ้ายส่งออกเอเชียบางส่วนและแถบยุโรป-ออสเตรเลีย จับมือพันธมิตรสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในไทย ลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

            มร. เซดริก ชุย ประธานบริษัท โอโมด้า แอนด์ เจคู่ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าแผนการผลิตและการลงทุนในประเทศไทย จะเริ่มต้นผลิตรถยนต์ได้จริงได้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 กำลังการผลิตรวม 80,000 คัน เบื้องต้น และจะใช้ Local Content (40%) ก่อนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือสูงกว่า 40% เพื่อช่วยกระตุ้น Supply Chain ในประเทศ โดยเป้าหมายขายในไทย และช่วงแรกจะส่งออกไปยังตลาดมาเลเซียและอินโดนีเซียก่อน เนื่องจากกฎระเบียบมีความใกล้เคียงกับไทยมากกว่า

จากนั้นจึงจะขยับผลิตรถยนต์พวงมาลัยซ้าย ส่งออกไปยังประเทศในเอเชียบางส่วน และตลาดยุโรปหรือออสเตรเลียต่อไป นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในประเทศเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยจะนำเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่เข้ามาช่วยพัฒนา พร้อมจับมือพันธมิตรในการดำเนินงานเรื่องนี้

“ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในท็อปไฟว์ของประเทศที่มีการเติบโตด้านรถยนต์อีวีในเชิงของอัตราส่วนสูงที่สุดในโลก ดังนั้น บริษัทแม่จึงทุ่มเททรัพยากรและการลงทุนอย่างมากมายังประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานการผลิต/การพัฒนาสำหรับภูมิภาคอื่นๆ”

มร. บิลล์ จาง ผู้อำนวยการบริหาร ประจำประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทมีโรงงานผลิตในสามประเทศ โดยประเทศไทยตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) มาเลเซียเป็นศูนย์กลางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) และศูนย์กลางเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) จะตั้งอยู่ในอินโดนีเซีย

Previous Article

‘ตลาดรถ’ สัญญาณบวก ต.ค. 68 โกย ‘47,032 คัน’

Next Article

‘ไฮบริด’ จุดเปลี่ยน ‘ค่ายญี่ปุ่น’ ผงาด เปิดเกมชน ‘เอาใจคนบริโภค’ เต็มร้อย

0
Shares
  • 0
  • +
  • 0

Related articles More from author

  • ข่าวรถยนต์

    “เอช6” เวอร์ชันใหม่ ขยายทางเลือก PHEV

    May 20, 2025
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “โตโยต้า” หั่นเป้าขายปี 66 คาดปัจจัยลบผลักยอดหด

    August 6, 2023
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “กู๊ดแคท จีที” สปอร์ตเฉี่ยว สานต่อความนิยม “โอร่า”

    June 21, 2022
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “ไทรทัน แอทลีท” เปิดขาย ล็อตแรกส่งมอบปลายก.พ.

    February 5, 2024
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “กู๊ดแคท” เจ้าแรก ผลิตไทย 7.99 แสน ตอบโจทย์ความต้องการ 3 รุ่นย่อย

    January 22, 2024
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “CX-8” แรงเกินคาด เร่งส่งมอบ รับกระแส

    August 28, 2022
    By writer

Copyright © ramindhra-uhu.com. All rights reserved.