เบนซ์ ซีแอลเอ ยอดทะลุ 2,000 คัน จองจริง…ส่งจริง 2.7 ล้าน คนอยากเป็นเจ้าของ
ฮอตฮิตเป็นกระแสสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์หรูค่ายดวงดาว หลังการเปิดตัว เปิดราคาอย่างเป็นทางการ ที่ 2,290,000 บาท Mercedes-Benz CLA 250+ ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% (ประกอบไทย) ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้วยดีไซน์คูเป้สุดสปอร์ต เทคโนโลยีล้ำสมัย และให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมจากแบตเตอรี่ความจุ 85 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 792 กิโลเมตร เรียกความสนใจของคนไทยที่อยากเป็นเจ้าของ ส่งยอดจองทะลุ 2,000 คัน เพียงระยะเวลา 2 เดือน หลังการเปิดตัว และมีการทยอยส่งมอบรถจริงแล้ว เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ภายใต้กลยุทธ์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ที่วางหมากเกมรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเปิดตัว The new CLA 250+ (Electric) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สปอร์ตคูเป้ซีดานที่มาพร้อมนิยามความหรูหราและสมรรถนะระดับโลก เคาะราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 2,290,000 บาท ซึ่งรยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ยังถูกประกอบในประเทศไทยด้วย
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ศึกษาแนวทางการทำราคาจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของแบรนด์ทุกรุ่น ภายหลังการเปิดตัวและเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดประเทศไทยเป็นเวลากว่า 3 ปี (2565-2568) ซึ่งได้มีการศึกษาอย่างรอบด้านถึงผลกระทบในด้านการปรับฐานราคาจำหน่ายครั้งใหญ่นี้ ทั้งในแง่ของผู้บริโภค, รีเทล พาร์ทเนอร์ ว่าความเหมาะสมของราคาที่ตลาดรับได้อยู่ในระดับใด
การปรับฐานราคาในครั้งนี้ จึงเป็นการปรับราคาแบบพลิกเกม (Game Changer) ของรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งจะสมเหตุสมผลที่ผู้บริโภคจะสามารถตัดสินใจในความเป็นแบรนด์ลักชัวรีได้
โดยรถยนต์โมเดลแรกที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ นั่นก็คือ การเปิดตัว Mercedes-Benz CLA 250+ with EQ Technology รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ โดยใช้ห้วงเวลาของงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป เป็นตัวชิมลางเรียกกระแสความสนใจ ก่อนจะไปเปิดราคาขายกันจริงๆ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ซึ่งจากการเปิดตัว เปิดราคา ในครั้งนั้น ทำให้เกิดปรากฏการณ์กระแสตอบรับที่แรงมากสำหรับ Mercedes-Benz CLA 250+ ที่สามารถพลิกเกมได้จริง ด้วยการสร้างยอดจองถล่มทลายในไทย โดยกวาดยอดจองทะลุ 2,000 คัน ด้วยราคาเปิดตัวที่จับต้องได้ เพียง 2,290,000 บาท เข้าถึงง่ายกว่ารุ่นเดิม และยังสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ทำให้กลยุทธ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในครั้งนี้ นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการพลิกตลาดรถยนต์หรูในไทย
มร.คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เผยถึงกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมของ The all-new electric CLA โดยระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทำยอดจองสะสมทะลุ 2,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนแรกที่เปิดตัว
“สำหรับยอดขายในไตรมาสแรก หากดูยอดจดทะเบียนจะเห็นว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดสูงถึงเกือบ 2,000 คัน นั่นเป็นเพราะเป็นยอดค้างจดทะเบียนมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ยอดขายจริงอยู่ที่ราว 1300 กว่าคัน พอๆ กันกับปีก่อนหน้า ฉะนั้นการดูเพียงยอดจดทะเบียนอย่างเดียว ตัวเลขอาจจะคลาดเคลื่อนได้”
“แม้ว่าต้นทุนในการประกอบรถยนต์ในประเทศไทยจะสูงกว่าในประเทศจีน แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เลือกใช้ประเทศไทยเป็นฐานการประกอบรถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ทั้งความเชื่อมั่นและคุณภาพการประกอบ โดยจะไม่หยุดเพียงเท่านั้น และจะมีการเปิดตัวรถใหม่ 40 รุ่น ภายในปี 2027”
ความสำเร็จดังกล่าว มาจากหลากหลายกลยุทธ์สำคัญ ที่ประกอบไปด้วย การทำการตลาดเชิงรุก ผ่านแคมเปญ “CLA Around Thailand” ที่นำรถวิ่งทดสอบทางไกลทั่วประเทศ รวมระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร เพื่อพิสูจน์สมรรถนะการจัดกิจกรรมใจกลางเมือง พร้อมการจัดแสดงนวัตกรรมและเปิดให้สัมผัสรถยนต์อย่างใกล้ชิด เช่น กิจกรรม Facade Lighting Display ณ เซ็นทรัล ชิดลม และการจัดงานที่โครงการ วัน แบงค็อก และสิ่งสำคัญที่ถือเป็นคีย์พอยต์ ก็คือการส่งมอบที่รวดเร็ว โดยทางแบรนด์ได้เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกให้กับลูกค้าไปแล้ว เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
หลังจากนี้ในช่วงปี 2568-2570 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รวมกว่า 40 รุ่น ในไตรมาสแรกได้เปิดตัวแบบ เวิลด์ พรีเมียร์ ไปแล้วหลายรุ่น อาทิ The new S-Class, VLE, Mercedes-Maybach S-Class, GLE, GLS และ The all-new electric C-Class” มร. คริสเตียน เชลล์ กล่าว















