‘วอลโว่’ ชูกลยุทธ์ปี 69 ส่ง ‘อีวีพรีเมียม’ ลุยตลาด

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 พร้อมชูแนวคิดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026 เดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคตพร้อมขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการครบวงจร
มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2025 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถของเราที่มีความสมดุล ตลอดจนการดำเนินงานด้านการขาย และบริการหลังการขายอย่างมีวินัยและมีประสิทธิภาพ การบรรลุส่วนแบ่งตลาด 9% ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม และ 20% ในกลุ่มรถไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) แสดงให้เห็นว่าลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในแบรนด์วอลโว่ สำหรับปี 2026 นั้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ผ่านบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 โดยวางเป้ายอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และยอดขาย Volvo Selekt certified used cars เพิ่มขึ้น 5%
ในปี 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยมีรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ โดยเริ่มต้นปีกับบริการอัปเกรด คอร์ คอมพิวเตอร์ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถ Volvo EX90 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมขยายตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับ Volvo EX90 เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้อย่าง Volvo ES90 ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนด้านยอดขายได้ตลอดทั้งปี ด้วยสมรรถนะด้านระยะทางวิ่งที่โดดเด่น รวมถึงเทคโนโลยี และความคุ้มค่าด้านราคา
ยกระดับประสบการณ์การให้บริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนขยายเครือข่ายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับการขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร หรือ Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านโมเดลบริการหลังการขายแบบ Hub and Spoke เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ รวมถึงวางแผนเปิดศูนย์บริการด้านยางรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวก และเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า

ในปี 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมนำแคมเปญบริการหลังการขาย (National Service Campaign) กลับมานำเสนอลูกค้าอีกครั้ง ในรูปแบบของการมอบโปรโมชัน และส่วนลดอะไหล่แท้ พร้อมสิทธิประโยชน์ อาทิ การรับประกันเพิ่มเติมสำหรับอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts Extended Warranty) อีกทั้งลูกค้ายังอุ่นใจได้ว่าทุกบริการจะได้รับการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างแม่นยำผ่านเครื่องมือที่ได้รับการรับรอง และช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน วอลโว่ คาร์ส โดยตรง พร้อมรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ของตัวรถเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ นอกจากนี้ผู้ที่รับบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนด ยังสามารถรับบริการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (roadside assistance service) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
สานต่อปณิธานด้านความยั่งยืนเพื่อคนและโลก เพื่อชีวิต บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ณ ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนยิ่งขึ้น อันได้แก่ การลดการสร้างขยะ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนในระยะยาว





