ลองขับ By OiL MAZDA 6e EXCLUSIVE ซีดานฟาสต์แบ็กไฟฟ้า ดีเอ็นเอซูมซูม

ทันทีที่ The All Electric Mazda 6e เริ่มทยอยส่งมอบให้กับลูกค้ากลุ่มแรก 500 คัน ซึ่งคาดเดาได้ว่ายอดจองยังคงไหลลื่นอย่างต่อเนื่อง ดันยอดทะลุหลักพันคันเป็นที่เรียบร้อย และในคราวนี้ มาสด้า ได้เชื้อเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะอย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้า The All Electric Mazda 6e ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเส้นทางกรุงเทพ-เขาใหญ่
เรามาย้อนมองมองถึงคอนเซปต์การออกแบบของ The All Electric Mazda 6e กัน ก่อนที่จะเข้าไปสู่โหมดการทดสอบ สำหรับซีดานไฟฟ้ารุ่นนี้ ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายมาสด้าที่นำเข้ามาในตลาดในประเทศไทย ด้วยคอนเซปต์ “KODO: Soul of Motion” (จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว) ร่วมกับแนวคิดตัวถังแบบ “Neo Fastback” ซึ่งเป็นการผสมผสานจิตวิญญาณความมีชีวิตชีวาเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตเอาไว้ได้อย่างลงตัว จึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้รับรางวัล 2026 World Car Design of the Year มาครอง
สำหรับ The All Electric Mazda 6e มีจุดเด่นที่จะอธิบายรายละเอียดคร่าวๆ ในเรื่องของดีไซน์ภายนอก โดยมุ่งเน้นไปที่ความเป็น Neo Fastback ตัวถังแบบ 5 ประตู หลังคาทรงลาดโค้งมนตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ช่วยลดแรงต้านและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ เส้นสายลวดลายเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ถ่ายทอดดีเอ็นเอ KODO Soul of Motion ผสมผสานความสง่างามและความล้ำสมัยให้เป็นหนึ่งเดียว กระจังหน้าและไฟหน้า LED ดีไซน์เฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mazda เสริมความโฉบเฉี่ยวทันสมัย Frameless Doors & Flush Handles ประตูแบบไร้ขอบกระจก และมือจับประตูแบบฝังเรียบเนียนไปกับตัวรถ สปอยเลอร์หลังไฟฟ้าที่ยกขึ้น-ลงอัตโนมัติตามความเร็วรถ เพื่อสร้างแรงกดและเพิ่มความสมดุลเมื่อต้องการใช้ความเร็ว
ห้องโดยสารได้รับการออกแบบโดยยึดเอามนุษย์เป็นศูนย์กลางการควบคุมทั้งในการจัดตำแหน่งเบาะนั่งทั้งฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ผสมผสานความเรียบหรูและทันสมัย ใช้วัสดุพรีเมียมหนัง Nappa สลับหนังกลับ Suede สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกหรูหราและอบอุ่น หลังคาพาโนรามา พร้อมผ้าแบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลางควบคุมทั้งระบบสั่งการและระบบอินโฟเทนเมนต์ พร้อมไฟ Motional Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 64 เฉดสี พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน คันเกียร์มาในรูปแบบก้านในสไตล์รถยุโรป และยังมี Head Up Display ไว้แสดงข้อมูลการขับขี่ให้อีกด้วย
ขยับมาโหมดทดลองสมรรถนะกันบ้าง โดยเราเริ่มต้นออกตัวกันที่ในตัวเมืองย่านเอกมัย ซึ่งแน่นอนว่าต้องพบเจอกับการจราจรที่หนาแน่น โดยเราสังเกตได้ว่าการเดินคันเร่งของรถไฟฟ้ารุ่นนี้ทำอย่างนุ่มนวล และเมื่อต้องการความเร็วจากย่านเอกมัยที่การจราจรหนาแน่น รถไฟฟ้า 100% คันนี้ ตอบสนองได้อย่างนุ่มนวลและคล่องตัว พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดตอบสนองทันที ทำให้การขยับและเร่งแซงในเมืองทำได้อย่างแม่นยำและไหลลื่น เช่นเดียวกับเบรกที่ถูกปรับเซ็ตมาให้ใช้งานได้อย่างนุ่มนวล ไม่ยวบและไม่แข็ง สามารถเบรกได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
และเมื่อเราขยับออกมานอกเมืองโดยใช้ทางด่วนที่ต้องการใช้ความเร็ว พละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังก็พร้อมที่จะปลดปล่อยพละกำลัง 258 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร ออกมาอย่างต่อเนื่องและทรงพลัง ทันทีที่เราเติมคันเร่งพร้อมให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่สนุกในแบบฉบับของมาสด้า เรียกได้ว่าเหมือนการขับรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าผสมกัน สปอยเลอร์หลังสามารถยกขึ้นเองเมื่อเราปรับการตั้งค่าให้เป็นแบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มแรงกดของตัวรถให้พุ่งทะยานได้อย่างรวดเร็วฉับไว พละกำลังถูกส่งออกมาในลักษณะที่ไหลลื่นและเสถียร ไม่พุ่งกระชากจนเหวอ แต่ให้ความรู้สึกที่มั่นคง
และในขณะที่เราเกิดอาการเมื่อยล้าในการขับขี่ ระบบต่างๆ จะเป็นตัวช่วยคอยเตือนผู้ขับขี่ในทันที ทั้งระบบ ADAS ระบบเตือนต่างๆ จะกลับมาทำงานอย่างเต็มระบบ ซึ่งแน่นอนว่า มาสด้า ให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ
ช่วงล่างถูกปรับเซ็ตให้มีความนุ่มแต่หนึบ ด้วยการปรับเซ็ตของทีมวิศวกรมาสด้า ที่สามารถกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ไม่โคลงเคลงเวลาเจอแรงเหวี่ยงในช่วงของการเปลี่ยนเลนด้วยความเร็ว ยึดเกาะถนนได้ดีทั้งถนนที่เป็นยางมะตอยและคอนกรีต พวงมาลัยสามารถแปรผันได้ตามความเร็ว (พาวเวอร์ไฟฟ้า EPS) ส่งผลให้การควบคุมสามารถทำได้อย่างมั่นใจในทุกย่านความเร็ว การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ค่อนข้างเงียบ ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ทั้งเสียงลมปะทะ และเสียงของยางที่เสียดสีกับถนน
ระบบ One-Pedal ของ Mazda 6e ได้รับการเซ็ตอัปมาโดยเน้นความนุ่มนวลสูงสุดตามปรัชญาของ Mazda ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปที่มีอยู่ในตลาด ไร้อาการหัวทิ่มเมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง และไม่ดึงหน่วงรุนแรงจนรู้สึกเวียนหัว มีโหมดให้ปรับเลือกได้ตามความถนัดของผู้ขับขี่
วิ่งไกลไร้กังวลด้วยขนาดแบตเตอรี่ความจุ 77.9 kWh สามารถวิ่งทำระยะทางได้ไกลสูงสุดถึง 654 กม. (มาตรฐาน NEDC) หรือราวๆ 560 กม. (มาตรฐาน WLTP) ต่อการชาร์จเต็ม ทำให้การวิ่งขยับออกไปต่างจังหวัดแบบนี้ทำได้อย่างสบายใจ ซึ่งจากการที่ดูตัวเลขจากมาตรวัดอัตรากำลังกินไฟที่ผมทำได้ใน Mazda 6e รุ่นนี้ อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 14.6 Kwh เดินทางตั้งแต่ต้นทาง-ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย แถมมีแบตเตอรี่เหลือ 15%
บทสรุปสั้นๆ The All Electric Mazda 6e เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายใต้ดีไซน์ KODO Soul of Motion ผสมผสานจิตวิญญาณการขับขี่แบบ Jinba-Ittai หลอมรวมเข้ากับเทคโนโลยีอีวียุคใหม่เอาไว้อย่างลงตัว และยังไม่ละทิ้งตัวตนความเป็นมาสด้า โดยเฉพาะในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน ดังนิยาม “ซูมซูม”














