“รามอินทรา” ยกนิ้วให้ 708 ยกนิ้วให้กับ…รถไฟฟ้า แปรเปลี่ยน…ยอดจอง ให้เป็น “ยอดจริง” จริงๆ

ห้วงเวลาที่ผ่านมา…ต้องยอมรับว่าเป็นห้วงเวลาที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่งของคนทั่วโลก รวมถึงคนไทยเราด้วย กับการเกิดสงครามตะวันออกกลาง ที่ส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพเศรษฐกิจ ยิ่งการทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง รวมถึง…ปัญหาที่ยังไม่มีใครรู้ว่า…สงครามและหลากหลายปัญหาที่พ่วงเข้ามานั้น จะปิดฉากลงเมื่อไหร่ “รามอินทรา” จึงไม่แปลกใจกับความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นยอดคนดู 1,798,312 คน หรือยอดจองรถ 132,951 คัน ที่เป็นผลพวงจากงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่เพิ่งจะปิดฉากลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ…ความตื่นตัวที่คนตื่นกลัวกับปัญหาราคาน้ำมันที่ขึ้นจนช็อคหัวคนใช้รถยนต์ ทำให้ต่างมุ่งหน้าเพื่อค้นหารถไฟฟ้าสักคันมาทดแทนรถน้ำมัน ที่เป็นเมดอินไชน่าซะส่วนใหญ่ และมีให้เลือกมากมายเกือบ 20 ยี่ห้อ และยังมีให้เลือกหลากหลายราคาอีกด้วย ก้อ…ไม่แปลกใจกับความคึกคักที่เกิดขึ้นภายในงานมอเตอร์โชว์ ที่เพิ่งจบลงไป
“รามอินทรา” ไม่รู้หรอกว่า…จากนี้ไป “ยอดจอง” จะสามารถถูกติดตามให้เป็นยอดจองได้จริงหรือไม่ ไม่รู้ว่า…ยอดจอง 132,951 คันนั้น สุดท้ายของท้ายสุด จะเป็นยอดจริงสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะ…รถไฟฟ้าที่ยังไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า…จะมีโชว์รูมศูนย์บริการรองรับการจับจองเป็นเจ้าของได้มากน้อยเพียงใด ถ้าเป็น “รถไฟฟ้า” ของค่ายหลักๆคงไม่มีปัญหา รวมถึงรถไฟฟ้าจากค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ไม่ใช่ค่ายรถจีน ยังไงก็ไม่มีปัญหา ยังไงก็ยกมือเชียร์ให้สามารถเก็บยอดจริงได้มากที่สุด และหวังว่าจะไม่มีปัญหาหลังการส่งมอบเรียบร้อยแล้ว “รามอินทรา” ยังอดคิดถึงรถไฟฟ้าที่ชื่อ “เนต้า” ไม่ได้ ด้วยยอดขายกว่าหมื่นคัน แล้วจู่ๆก็ปิดค่ายแบบไม่บอกไม่กล่าว อยากรู้เหมือนกันว่า หลังจากนี้คนใช้รถไฟฟ้าเนต้า จะเป็นเยี่ยงไร ได้แค่เอาใจช่วยให้ไร้ปัญหา โดยเฉพาะการดูแลหลังการขาย
เป็นอีกวังวนแห่งคนยานยนต์ ที่ “รามอินทรา” รู้สึกอยากยกนิ้วให้กับทุกค่ายยานยนต์ อยากให้ทุกค่ายสามารถแปรเปลี่ยนยอดจองให้เป็นยอดจริงได้ใกล้เคียงที่สุด ยิ่งในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันยังไม่รู้อนาคตว่า…จะลดราคาหรือราคายิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก การได้ความสำเร็จของรถไฟฟ้ามาทดแทนราคาน้ำมันที่มีแต่ขึ้นกับขึ้น ยังไงก็ยังเชื่อว่า คนไทยส่วนหนึ่งยังรักและผูกพันกับการใช้รถน้ำมัน ยังไม่รู้เลยว่าบทสุดท้ายจะจบลงที่ตรงไหน แม้ว่าในความเป็นจริง “รามอินทรา” ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นกับรถไฟฟ้า ที่แตกต่างจากรถน้ำมันหรือรถญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งรถยุโรป ที่มีความผูกพันกับคนไทยมากกว่า และผูกพันกันมาจนนับปีไม่ถ้วน การเข้ามาของรถไฟฟ้ากับห้วงเวลาที่เกิดขึ้น จึงเป็นเหมือนเรื่องที่เหลือเชื่อ เพราะปีที่ผ่านมา “รถไฟฟ้า” ยังอยู่ในวังวนแห่งความไม่แน่ใจ ก้อ…ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าไม่มีวิกฤติน้ำมันขึ้นราคา วันนี้ “รถไฟฟ้า” จะฮือฮาเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นมั้ย แต่ยังไงก็ต้องยกนิ้วให้จริงๆ
อยากเห็นคนไทยมีรอยยิ้มกับรถไฟฟ้า ที่เลือกเป็นเจ้าของ
มากกว่าขอบคุณ
“รามอินทรา”
บ้านชินเขต
15 เมษายน 2569





