รัฐการ จูตะเสน 30 ปี “ฟอร์ด” “คุณค่า” ระดับโลก ยกระดับ “ชุมชน”

24 กันยายน 2569 ฟอร์ด ประเทศไทย ครบรอบ 30 ปี สิ่งที่น่าสนใจคือการขับเคลื่อนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและเติบโตเคียงข้างสังคมไทย เพื่อสร้างคุณค่าตั้งแต่สายการผลิต ครอบคลุมไปถึงชีวิตของผู้คน ธุรกิจ และชุมชนในทุกมิติ ทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การสร้างต่อความสำเร็จด้านมอเตอร์สปอร์ต การสร้างความผูกพันของคอมมูนิตี้ ตลอดจนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้การดูแลของ “ประธานต่อ” รัฐการ จูตะเสน นั้น จะเป็นอย่างไร? ติดตามกัน
เจอหน้าเลยต้องถาม “ประธานต่อ” ถึงอนาคตของ “ฟอร์ด“ มีรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนตอบ “เราเริ่มต้นจากฐานการผลิตระดับโลก สู่การสร้างคุณให้ผู้คน ธุรกิจและชุมชน ด้วยการสะท้อน 6 คุณค่าของการสร้างคุณค่า ครอบคลุมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ลูกค้า คอมมูนิตี้ มอเตอร์สปอร์ต และการพัฒนาชุมชน ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจ
การลงทุนสะสมในไทยกว่า 133,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 22 มกราคม 2569) สนับสนุนการจ้างงานกว่าหมื่นตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมผลิตและส่งออกรถยนต์ฝีมือคนไทยไปยังตลาดทั่วโลกกว่า 3.3 ล้านคัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569)
ส่งมอบรถยนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยไปแล้วมากกว่าแปดแสนคัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569) พร้อมลงทุนบริการหลังการขายเพื่อยกระดับประสบการณ์การขายและบริการ ภายใต้แนวคิด ‘ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว’ ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน
เชื่อมโยงคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถฟอร์ดมากกว่า 50 กลุ่มทั่วประเทศ สานต่อดีเอ็นเอด้านสมรรถนะผ่านมอเตอร์สปอร์ต และจัดสรรงบประมาณแล้วกว่า 282 ล้านบาท ผ่านฟอร์ด ฟิแลนโธรพี เพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมมากกว่า 135 โครงการทั่วประเทศไทย
พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจด้วยการส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพให้ลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด ผ่านฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมถึงเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถกระบะตอนครึ่ง (Open Cab) การเปิดตัวระดับโลกของรถยนต์รุ่นสำคัญ อาทิ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันแรก และ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่น 4 ประตู อีกทั้งยังเป็นแบรนด์แรกในไทยที่เปิดตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ที่ผสานการออกแบบและความสะดวกสบายระดับพรีเมียม เข้ากับเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงและสมรรถนะออฟโรด จนได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้านับตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับจอง
มอเตอร์สปอร์ตก็เป็นอีกความสำคัญที่ “ประธานต่อ” เอ่ยถึง “มอเตอร์สปอร์ต เป็นส่วนหนึ่งในดีเอ็นเอของฟอร์ด และเพื่อสานต่อจิตวิญญาณ ‘แกร่งตัวจริง’ จึงได้เปิดตัวทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ในปีพ.ศ. 2563 และนับตั้งแต่วันแรกที่ลงแข่งขัน สามารถคว้าแชมป์มาแล้วถึง 31 รางวัล ทั้งในรุ่นที่ลงแข่งขันและประเภท Overall จากศึกทางเรียบและออฟโรดในเวลาเพียง 7 ปี รวมถึงเปิดโอกาสให้ทีมวิศวกรและช่างเทคนิคได้ทดสอบรถยนต์ภายใต้สภาวะที่ท้าทาย พร้อมนำองค์ความรู้ไปใช้กับการผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งเข้าแข่งขันด้วยรถที่พัฒนาบนพื้นฐานของรถโปรดักชันจากโรงงาน และสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันออฟโรดระดับเอเชียถึง 2 ปีซ้อน”
นอกจากนี้ “ประธานต่อ” ยังตอกย้ำอีกว่า “ตลอด 30 ปี ฟอร์ดเติบโตเคียงข้างประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจากพนักงาน ผู้จำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าและชุมชน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนผ่านจำนวนรถยนต์ที่ผลิตหรือส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างงานและพัฒนาทักษะ การเติบโตของพันธมิตรทางธุรกิจ ความไว้วางใจของลูกค้า ความผูกพันของคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถ และโอกาสที่เกิดขึ้นกับผู้คนในชุมชน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนี้ และพร้อมเดินหน้าเคียงข้างประเทศไทยต่อไป“
เป็นอีกความมุ่งมั่นของ”ประธานต่อ” ในการที่จะผลักดันให้ “ฟอร์ด ประเทศไทย” มีก้าวเดินที่มั่นคงเคียงคู่สังคมไทย ด้วยฐานการผลิตระดับโลก สู่ชุมชนคนไทยอย่างยั่งยืน ด้วยคุณค่าระดับโลก เพื่อยกระดับชุมชน
ภายใต้การชูธงของ “ประธานต่อ” รัฐการ จูตะเสน และ “คนฟอร์ด”


















