ยามาฮ่าเปิดมิติใหม่การขับขี่ ด้วยระบบเกียร์อัจฉริยะ Y-AMT

ยามาฮ่าเปิดมิติใหม่แห่งการขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ Y-AMT ผสานความสะดวกสบายของระบบอัตโนมัติเข้ากับความสนุกในการควบคุมรถสไตล์สปอร์ตอย่างลงตัว ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว แม่นยำ และนุ่มนวล ที่ให้ความประทับใจและความเร้าใจในทุกการเดินทาง
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยี YAMAHA Automated Manual Transmission (Y-AMT) ระบบส่งกำลังอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม โดยผสานข้อดีของระบบเกียร์อัตโนมัติเข้ากับสมรรถนะการควบคุมแบบสปอร์ตได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และความสนุกในการขับขี่ในทุกเส้นทาง
Y-AMT เปิดตัวสู่ตลาดโลกครั้งแรกในปี 2024 ผ่านรถสปอร์ตเน็กเก็ตระดับเรือธง YAMAHA MT-09 Y-AMT ก่อนจะได้รับการต่อยอดสู่รถจักรยานยนต์รุ่นอื่นๆ อย่าง YAMAHA MT-07 Y-AMT และ YAMAHA Tracer 9 GT+ สะท้อนวิสัยทัศน์ของยามาฮ่าในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างครอบคลุม ทั้งในกลุ่มผู้ขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน และกลุ่มนักบิดที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับสูง
หัวใจสำคัญของ Y-AMT คือการพัฒนาบนพื้นฐานของระบบเกียร์ธรรมดา (Manual Transmission) ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง โดยติดตั้งชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์และ Actuator เพื่อทำหน้าที่ควบคุมคลัตช์และการเปลี่ยนเกียร์แทนผู้ขับขี่ ส่งผลให้รถไม่จำเป็นต้องมีก้านคลัตช์และคันเกียร์เท้าอีกต่อไป ผู้ขับขี่สามารถสั่งเปลี่ยนเกียร์ผ่านสวิตช์บนแฮนด์ด้านซ้ายได้อย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ลดทอนความสนุกในการควบคุมรถ
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ Y-AMT คือความสามารถในการเลือกรูปแบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ผ่าน 2 โหมดหลัก ได้แก่ MT Mode (Manual Transmission) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองผ่าน Paddle Shift บนแฮนด์รถ มอบอารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ต พร้อมการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ และ AT Mode (Automatic Transmission) ที่ระบบจะทำหน้าที่เลือกจังหวะเปลี่ยนเกียร์โดยอัตโนมัติ จากข้อมูลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และสภาพการขับขี่แบบเรียลไทม์ ช่วยลดภาระและความเหนื่อยล้าในการเดินทาง โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่หนาแน่นหรือการขับขี่ระยะทางไกล
นอกจากความสะดวกสบายแล้ว Y-AMT ยังได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะและการควบคุมรถอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยน้ำหนักรวมของระบบเพียง 2.8 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่าระบบเกียร์คลัตช์คู่ (DCT) ทำให้สามารถรักษาสมดุลของตัวรถและเอกลักษณ์การขับขี่แบบสปอร์ตไว้ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังคงใช้ระบบส่งกำลังผ่านชุดเฟืองเกียร์แบบเดียวกับเกียร์ธรรมดา แตกต่างจากระบบสายพาน CVT จึงสามารถถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์สู่ล้อได้อย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับตัวรถได้อย่างชัดเจน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ คือการเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ เมื่อผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลกับการกำคลัตช์หรือเปลี่ยนเกียร์ด้วยเท้า ทำให้สามารถโฟกัสกับการควบคุมคันเร่ง การเบรก และการเลือกไลน์การขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่ในทุกสถานการณ์
ยามาฮ่ายังได้พัฒนาระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะสำหรับ Y-AMT เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวล รวดเร็ว และแม่นยำ ลดอาการกระตุกระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ พร้อมรักษาความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถไว้อย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับทั้งเทคโนโลยีและอารมณ์ความรู้สึกในการขับขี่ไปพร้อมกัน
การนำเสนอเทคโนโลยี Y-AMT ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของยามาฮ่า ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่ครบถ้วน ทั้งด้านความสะดวก สมรรถนะ และความปลอดภัย ภายใต้แนวคิด “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ที่มุ่งส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อันแตกต่างและน่าประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก
พร้อมกันนี้ Y-AMT ยังสะท้อนปรัชญา “Kando” ของยามาฮ่า ซึ่งหมายถึงความรู้สึกประทับใจและความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นเมื่อได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของยามาฮ่าในการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวงการรถจักรยานยนต์และยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางอย่างต่อเนื่อง
















