ส่องกล้อง Volvo ES90 ซีดานแฟลกชิพ ส่วนผสมที่ลงตัว

Volvo ES90 รถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% ที่มาในรูปแบบ Fastback Sedan ซึ่งมันเป็นรุ่นเรือธง (Flagship Sedan) รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Volvo ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 โดยทางวอลโว่ชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V และระยะทางวิ่งที่ไกลเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มรถหรู ฉบับนี้จะพาไปส่องกล้องทำความรู้จักกับรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ให้มากขึ้น
หากให้เอ่ยถึงเรื่องของดีไซน์ Volvo ES90 ถือว่ามีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัว สื่อถึงสุนทรียภาพ เน้นความเรียบหรู และความเอนกประสงค์ในการใช้งานของรถ fastback ความกว้างขวางในห้องโดยสารใต้ท้องรถสูง (18 เซนติเมตร) เพื่อสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยมแบบรถ SUV เข้าไว้ด้วยกัน ไฟหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของวอลโว่อย่าง Thor’s Hammer ยังคงถูกนำมาใช้ พร้อมไฟ HD pixel technology จำนวน 2 หมื่นดวง ที่ปรับความสว่างของการทำงานแยกกันได้อย่างอิสระ จึงให้ความสว่างที่เพียงพอแก่ผู้ขับเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่รบกวนสายตารถที่สวนทางมา
เส้นหลังคาที่ลาดลงสไตล์รถคูเป้ รับกับฝาท้ายสไตล์แฮตช์แบ็กที่ดูโฉบเฉี่ยวได้อย่างลงตัว ช่วยให้การเก็บและขนของเป็นไปอย่างสะดวก ไฟท้าย LED ทรงตัว C แถมยังมีไฟท้ายแนวตั้งบริเวณกระจกหลังใกล้เสา D ทำให้ตัวรถมีความทันสมัยยิ่งขึ้น
ห้องโดยสารสะท้อนความเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียน ด้วยแผงตกแต่งแดชบอร์ด ประตู และด้านหลังที่นั่ง ที่ทำขึ้นจากวัสดุไม้จริงซึ่งได้รับการรับรองจาก FSC-certified ประดับบนแผงไฟ LED ทำให้เกิดไฟ ambience ในห้องโดยสารที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเมื่อมองลึกไปกว่านั้น แผงตกแต่งดังกล่าวยังมีลูกเล่นเป็นลายรหัสมอร์ส (Morse code) ที่เมื่อถอดรหัสออกมาจะพบคำว่า Volvo มองข้อมูลต่างๆ ได้ชัดเจนผ่าน driver display ขนาด 9 นิ้ว และ head-up display ความคมชัดสูง แถมภายในยังได้รับการออกแบบให้กันเสียงรบกวนจากภายนอก ซึ่งจุดนี้ขอชมเลยครับว่า วอลโว่ ทำได้ดีมาก ภายในห้องโดยสารเงียบกริบเลยครับ มีระบบฟอกอากาศที่ได้รับการรับรองโดย Allergy Standards Limited ว่าสามารถช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ และหอบหืดได้สบายๆ
วัสดุหนัง Nappa ถูกดีไซน์อย่างลงตัวกับเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า มีระบบนวดให้ผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง เบาะหลังให้ความโออ่านั่งสบายไม่อึดอัด ปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้าได้มากถึงระหว่าง 28-33 องศา แถมยังพับได้อย่างอิสระในแบบ 40/20/40 จึงให้พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่กว้างขวาง ระบบปรับอากาศที่แยกการควบคุมแบบ 4 โซน ให้อุณหภูมิที่เหมาะกับความต้องการของผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่ง หลังคาพาโนรามิกแบบอิเล็กโทรโครมิก (electrochromic) ที่สามารถปรับความโปร่งแสงได้ ผู้ใช้งานจึงสามารถปรับความเข้มของแสงที่สะท้อนเข้าในห้องโดยสารได้เพียงแค่การกดปุ่ม พื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังจุได้มากถึง 446 ลิตร รวมถึงช่องขนาด 16 ลิตร ที่อยู่ข้างใต้พื้นที่เก็บสัมภาระ และสามารถจุได้ถึง 904 ลิตร หากพับเบาะแถวสองลง พื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านหน้า หรือ FRUNK ขนาด 27 ลิตร สำหรับการจัดเก็บสายชาร์จ หรือของที่ไม่ค่อยได้ใช้ ประตูปิดแบบ soft close ทุกบาน
ความบันเทิงเรียกได้ว่าจัดเต็มกับหน้าจอกลางขนาด 14.5 นิ้ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชัน Google built-in เพื่อการใช้งานแผนที่นำทางจาก Google Maps, บริการผู้ช่วย Google Assistant และบริการอื่นๆ ที่โหลดได้จาก Google Play นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย Android Auto และ Android Automotive OS ระบบเครื่องเสียงจาก Bowers & Wilkins ผ่านลำโพง 25 ตัว ให้กำลังขับสูงถึง 1,610 วัตต์ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos® และโหมดเสียง Abbey Road Studios
เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง Single Motor Rear-Wheel Drive มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 338 แรงม้า 480 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion (NMC) 800V Technology ขนาดความจุ 92 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง Rear-Wheel Drive อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. (Locked) วิ่งระยะทาง 755 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) หรือประมาณ 600-630 กม. (มาตรฐาน WLTP)
ช่วงล่างเป็นระบบถุงลม (Air Suspension) ที่สามารถปรับความแข็งอ่อนได้ละเอียดถึง 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อความนุ่มนวลและเกาะถนน แน่นอนมันสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวของถนนได้ดีมากๆ นุ่มสบาย แต่เมื่อเราวิ่งด้วยความเร็วทางตรงยาวๆ จะมีอาการโคลง ย้วยเล็กๆ ของตัวรถให้ได้สัมผัสเช่นกัน
Volvo ES90 จึงนับเป็นรถที่ผสมผสานความหรูหราของรถซีดาน ความอเนกประสงค์ของ Fastback และความโปร่งสบายของ SUV เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยราคาจำหน่าย 2,990,000 บาท




















