ลองขับ By Oil BYD SEALION 5 DM-i วิ่งไฟฟ้าฝ่ารถติด ประหยัดจริง ไม่จกตา

การเปิดตัวรถใหม่ของค่ายบีวายดี ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือว่ามาครบ จบทุกทางเลือก โดยฉบับนี้เราจะพาไปลองขับ BYD SEALION 5 DM-i หนึ่งในรถใหม่ที่บีวายดี และเรเว่ ออโตโมทีฟ เปิดตัวออกมาช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จัดอยู่ในกลุ่มเซ็กเมนต์ บี-เอสยูวี ขุมพลังลูกผสมระหว่างน้ำมันกับไฟฟ้า เทคโนโลยี DM-i เจเนอเรชันที่ 5 ขับเคลื่อนนุ่มนวล ประหยัดน้ำมัน
ในด้านของรูปโฉม BYD SEALION 5 DM-i ถูกออกแบบด้วยเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยว กระฉับกระเฉง และให้ความรู้สึกพรีเมียม บึกบึน แบบรถครอบครัวยุคใหม่ เน้นการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การเดินทาง กิจกรรมท่องเที่ยว ทำงานหรือรับ-ส่ง ลูกๆ ไปโรงเรียน ด้วยพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารที่กว้างขวาง มาพร้อมฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ครบครัน
ซึ่งในครั้งนี้ “ยวดยาน” ได้เข้าร่วมการทดสอบขับ BYD SEALION 5 DM-i ในรูปแบบวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ฝ่าการจราจรรถติดขัดในเมือง รวมระยะทางทั้งสิ้น 51 กิโลเมตร แล้วมาคำนวณอัตราการกินไฟของแบตเตอรี่ ตีเป็นเงินที่ต้องชาร์จจำนวนกี่บาท ไปติดตามบททดสอบครั้งนี้กันได้เลยครับ
โดยก่อนจะตีตั๋วออกสตาร์ต เราไปรับบรีฟฟังข้อมูลเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์กันก่อนออกเดินทาง โดยมีชาเลนจ์เล็กๆ ให้ได้ตื่นเต้นกัน ด้วยการให้วิ่งแต่ไฟฟ้า ห้ามใช้น้ำมันวิ่ง ออกสตาร์ตกันในช่วงเวลาไพร์มไทม์ 07.00 น. หลังจากที่ออกมาตามรูทที่เซตมาให้ แต่เดชะบุญดันไม่ได้เปิดกูเกิล แมป ทำให้มุ่งหน้าออกนอกเส้นทางไปไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ก่อนจะกลับตัวเข้าสู่ถนนสุขุมวิท เลี้ยวเข้าอโศก ซึ่งในช่วงเวลานี้ถือว่าหนักหนาสาหัสมาก กินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง
จากนั้นไปลุยมุ่งหน้าสู่ถนนรัชดา-พระรามเก้า เลี้ยวซ้ายไปผ่านแยกดินแดง ขึ้นสะพานมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยฯ เลี้ยวซ้ายผ่านรางน้ำ ผ่านสะพานหัวช้าง มาบุญครอง ตัดเข้าพระรามสี่ สีลม สาทร จากนั้นเข้าพระราม 3 ขึ้นสะพานภูมิพลฯ มาลงแถวปู่เจ้าฯ เข้าเทพารักษ์ จนถึงจุดหมาย เป็นการขับที่ยาวนานมาก เรียกได้ว่าต้องหาจุดแวะนอกเส้นทาง เพื่อขอเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเอง เพราะถ้าไม่แวะจอด อาจจะต้องมีกระฉอกบนรถแน่นอน
ถึงแม้ว่าเราจะต้องขับ BYD SEALION 5 DM-i ฝ่าการจราจรที่ติดขัดมาก แต่คันนี้เราสามารถปรับมาวิ่งโหมดไฟฟ้า ซึ่งทำได้ง่ายมากและประหยัดมาก เพราะระบบไฮบริดอัจฉริยะจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนทันที ทำให้ไม่มีมลพิษและประหยัดค่าพลังงานเมื่อต้องหยุดๆ ดับๆ
ซึ่งในโหมดนี้เราสามารถเปิดใช้งาน EV Mode โดยการกดปุ่มเลือกโหมดการขับขี่เป็น EV เพื่อบังคับให้รถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ Blade Battery (ความจุ 18.3 kWh) เพียงอย่างเดียว ซึ่งวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางราว 110-120 กม. ต่อการชาร์จเต็ม
นอกจากนี้ ยังมีระบบ Regenerative Braking ที่เราสามารถตั้งค่าระบบหน่วงพลังงานให้อยู่ในระดับ Standard หรือ High เพื่อให้รถหน่วงความเร็วและชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติเมื่อถอนคันเร่ง ลดการเหยียบเบรกบ่อย และยืดระยะทางขับขี่ได้อีกด้วย
สำหรับ “ยวดยาน” เราได้ผลสรุปตัวเลขการวิ่งออกมาดังนี้ ภายใต้ระยะทางวิ่ง 79 กิโลเมตร ให้อัตราค่าเฉลี่ยกินไฟ 12.7 kWh/100 km หรือคิดเป็นเงินประมาณ 19 บาท (ชาร์จไฟบ้านที่หน่วยละ 4 บาท) และถ้าเป็นสถานีชาร์จ ค่าใช้จ่ายจะเท่ากับ 80 บาท (หน่วยละ 8 บาท) เรียกว่าประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ เมื่อเทียบกับที่เราต้องจ่ายค่าน้ำมัน
บทสรุปทางเลือกของรถปลั๊กอิน ไฮบริด สมัยใหม่ โดยเฉพาะ BYD SEALION 5 DM-i วิ่งไฟฟ้าล้วนได้เกือบ 100 กม. แถมยังรู้สึกหมดกังวลในเรื่องของเวลาไปต่างจังหวัดก็สามารถวิ่งน้ำมันใช้ปั่นไฟได้อีกด้วย ไม่ต้องแวะชาร์จให้เสียเวลา ภายใต้เทคโนโลยี DM-i ตอบโจทย์ตรงตามคอนเซปต์ “รถไฟฟ้าที่ไม่ต้องชาร์จไฟ” กับราคาเริ่มต้นเพียง 759,900 บาท






















