Ramindhra UHU

Top Menu

  • หน้าหลัก

Main Menu

  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • รามอินทรา
    • มิตรภาพผ่านเว็บไซต์
    • รามอินทรา ยกนิ้วให้
    • รามอินทรา จุ๊กจิ๊ก
    • รามอินทรา จอ จ่อ จ้อ
    • รามอินทรา แคะคน ค้นข่าว
  • เกียร์ 6
  • คนในกรอบ
  • คนในสังคม
  • โซ่หลุด
  • Test Drive
  • หน้าหลัก

Ramindhra UHU

Header Banner

Ramindhra UHU

  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • รามอินทรา
    • มิตรภาพผ่านเว็บไซต์
    • รามอินทรา ยกนิ้วให้
    • รามอินทรา จุ๊กจิ๊ก
    • รามอินทรา จอ จ่อ จ้อ
    • รามอินทรา แคะคน ค้นข่าว
  • เกียร์ 6
  • คนในกรอบ
  • คนในสังคม
  • โซ่หลุด
  • Test Drive
  • ‘ไฮบริด’ จุดเปลี่ยน ‘ค่ายญี่ปุ่น’ ผงาด เปิดเกมชน ‘เอาใจคนบริโภค’ เต็มร้อย

  • ‘โอโมด้า แอนด์ เจคู่’ ลุย Q1 ผลิตรถในไทยขาย-ส่งออก

  • ‘ตลาดรถ’ สัญญาณบวก ต.ค. 68 โกย ‘47,032 คัน’

  • ‘บีเอ็ม’ มอบรางวัล 4 ดีลเลอร์ยอดเยี่ยม

  • ‘เอ็กซ์ซี 60’ พีเอชอีวี นิวดีไซน์ ขาย 3.59 ลบ.

ข่าวรถยนต์
Home›ข่าวรถยนต์›‘โอโมด้า แอนด์ เจคู่’ ลุย Q1 ผลิตรถในไทยขาย-ส่งออก

‘โอโมด้า แอนด์ เจคู่’ ลุย Q1 ผลิตรถในไทยขาย-ส่งออก

By writer
January 5, 2026
28
0
Share:

แบรนด์โอโมด้า แอนด์ เจคู่ ในเครือเชอรี แจงแผนโรงงานในไทยเริ่มผลิตจริงในไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งขายในประเทศและส่งออก ประเดิม “มาเลเซีย-อินโดนีเซีย” ก่อนขยับผลิตพวงมาลัยซ้ายส่งออกเอเชียบางส่วนและแถบยุโรป-ออสเตรเลีย จับมือพันธมิตรสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในไทย ลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

            มร. เซดริก ชุย ประธานบริษัท โอโมด้า แอนด์ เจคู่ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าแผนการผลิตและการลงทุนในประเทศไทย จะเริ่มต้นผลิตรถยนต์ได้จริงได้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 กำลังการผลิตรวม 80,000 คัน เบื้องต้น และจะใช้ Local Content (40%) ก่อนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือสูงกว่า 40% เพื่อช่วยกระตุ้น Supply Chain ในประเทศ โดยเป้าหมายขายในไทย และช่วงแรกจะส่งออกไปยังตลาดมาเลเซียและอินโดนีเซียก่อน เนื่องจากกฎระเบียบมีความใกล้เคียงกับไทยมากกว่า

จากนั้นจึงจะขยับผลิตรถยนต์พวงมาลัยซ้าย ส่งออกไปยังประเทศในเอเชียบางส่วน และตลาดยุโรปหรือออสเตรเลียต่อไป นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในประเทศเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยจะนำเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่เข้ามาช่วยพัฒนา พร้อมจับมือพันธมิตรในการดำเนินงานเรื่องนี้

“ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในท็อปไฟว์ของประเทศที่มีการเติบโตด้านรถยนต์อีวีในเชิงของอัตราส่วนสูงที่สุดในโลก ดังนั้น บริษัทแม่จึงทุ่มเททรัพยากรและการลงทุนอย่างมากมายังประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานการผลิต/การพัฒนาสำหรับภูมิภาคอื่นๆ”

มร. บิลล์ จาง ผู้อำนวยการบริหาร ประจำประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทมีโรงงานผลิตในสามประเทศ โดยประเทศไทยตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) มาเลเซียเป็นศูนย์กลางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) และศูนย์กลางเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) จะตั้งอยู่ในอินโดนีเซีย

Previous Article

‘ตลาดรถ’ สัญญาณบวก ต.ค. 68 โกย ‘47,032 คัน’

Next Article

‘ไฮบริด’ จุดเปลี่ยน ‘ค่ายญี่ปุ่น’ ผงาด เปิดเกมชน ‘เอาใจคนบริโภค’ เต็มร้อย

0
Shares
  • 0
  • +
  • 0

Related articles More from author

  • ข่าวรถยนต์

    “เรเวอร์ฯ” ปิดจ็อบปี 65 “ATTO3” 5.44 พันคัน

    January 15, 2023
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “เมอร์เซเดส” เสริมทัพ เอาใจแฟนรถหรู 2 สไตล์

    April 4, 2022
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “นิสสัน” ส่ง “เซเรน่า” เสริมตลาดธุรกิจรถเช่า

    February 3, 2025
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    ส่องกล้อง ‘รถหรู’ จัดทัพ ‘รุ่นใหม่’ ตอบสนองหลากหลาย ล่ายอดปลายปี

    October 20, 2025
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “ฮอนด้า” ชูความพร้อม กอล์ฟหญิง “แอลพีจีเอ”

    February 17, 2025
    By writer
  • ข่าวรถยนต์

    “มอเตอร์โชว์”ปลุกกระแส รถใหม่ EV เติมความคึกคัก

    March 12, 2022
    By writer

Copyright © ramindhra-uhu.com. All rights reserved.