โซ่หลุด ฉบับ 1,203 วันวาน…ที่มีภาพจำ วันนี้…ที่มีเรื่องเล่า วิถีชีวิต…ที่น่าจดจำ

สัปดาห์ที่ผ่านมา… “เจ้านาย” ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา แวะเวียนมานั่งคุยด้วย ที่ห้องทำงานบ้าน 3 ชั้น ก้อ…เป็นภาพจำที่ปกติ วันไหนว่างๆ ไม่มีภารกิจ ก็จะมีโอกาสได้เจอกัน วันนี้…วิถีของเรา 2 คน เปลี่ยนแปลงไปจากวันวาน…เรื่องที่คุยกันก็เป็นเรื่องของความทรงจำซะมากกว่า ด้วยอาจเป็นเพราะวันนี้ “เจ้านาย” ปล่อยวางงานในบริษัท ปล่อยให้เป็นภาระของลูกๆ หลานๆ ช่วยสานงานกันต่อ แต่…ก็ยังคงเข้าออฟฟิศ และทำภารกิจตามนัดเหมือนเดิม ด้วยวัยที่ 83 ขวบแล้ว ยังคงจดจำเรื่องราวที่ผ่านมาได้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราวของทุกก้าวเดิน แต่จะก้าวผสมเป็นความสำเร็จที่ต้องบอก ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกก้าวล้วนมีเรื่องเล่า ทุกก้าวล้วนมีบทเรียน แตทุกก้าวนั้นมีความสำคัญแตกต่างกันออกไป แต่เมื่อผสมปนรวมกันแล้ว กลายเป็นความสำเร็จที่มากกว่าความสำเร็จ
วันนั้น…มีเรื่องราวที่คุยกันเป็นจุดตั้งต้นของ “ยวดยาน” ที่ต้องยอมรับ…มาถึงยุคนี้ได้เพราะวิสัยทัศน์ของ “เจ้านาย” อย่างแท้จริง กว่าจะเริ่มต้นนับหนึ่ง ต้องไปนับจากการจัดทำสูจิบัตรมอเตอร์โชว์ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 19 ที่จัดขึ้นที่ไบเทค บางนา “โซ่หลุด” ยังเป็นงงกับแนวคิดของ “เจ้านาย” เพราะไม่เคยทำสูจิบัตรฉบับที่ใหญ่โตขนาดนั้น เป็นไซซ์หนังสือพิมพ์ที่ต้องยอมรับ ถ้าไม่มีโรงพิมพ์เอง คงยากเหมือนกัน จากแนวคิดครั้งแรก แล้วมาเพิ่มเติมด้วยการเปลี่ยนหน้าปก 3 ครั้ง และกลายเป็นเปลี่ยนปกทุกวันมาจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณที่ “เจ้านาย” ยอมรับว่า…สูจิบัตรมอเตอร์โชว์ เป็นอีกเสียงสนับสนุนการจัดงาน กลายเป็นสูจิบัตรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังคงดำรงอยู่จนทุกวันนี้ ขอบคุณ “เจ้านาย” ที่ยังให้คุณค่ากับความมุ่งมั่นของ “โซ่หลุด” และทีมงาน รวมถึงยังคงได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากหลายค่ายยานยนต์ ไม่ยังงั้นก็คงจะยากเหมือนกันที่จะก้าวมาจนถึงวันนี้
อีกเรื่องที่คุยกัน…เป็นเรื่องของงานมอเตอร์โชว์ ที่แต่ละค่ายมีเรื่องราวให้ได้คิดถึง อย่างช่วงเวลาที่ยังจัดอยู่ที่ “สวนอัมพร” ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นต้นทุนความสำเร็จด้วย ช่วงนั้น…ความคึกคักของงานก็ทำเอารถราแถวนั้นติดกันยาวเหยียด และยังมีภาพจำของแวดวงคนมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะความคึกคักแห่งบูธคาวาซากิ ที่กลายเป็นยุคเรียกแขก โดยเฉพาะ…ช่วงแรกที่มีพรีเซ็นต์หรือโชว์ของบรรดาพริตตี้ “คนสื่อ” จะพร้อมใจกันไปยืนออกันเต็มหน้าบูธ บนพื้นที่ที่ยกสูง พอดีกับการยืนตั้งกล้องเพื่อเก็บเกี่ยวภาพพริตตี้ ที่ต้องบอก…หวือหวาฮือฮาที่สุดในยุคนั้น ยิ่งมุมกล้องของคนสื่อที่มีเวทีเป็นที่ตั้งวาง สามารถกดชัตเตอร์ได้แบบพอดีจอ เพื่อจะนำภาพที่ตั้งใจถ่ายนั้นมานำลงเป็นเรื่องราวในนิตยสารของตัวเอง “บูธคาวาซากิ” ที่ตั้งอยู่ในมุมด้านซ้ายของสวนอัมพร จึงเป็นอีกเป้าหมายของ “คนสื่อ” ที่มีช็อตเด็ดไว้ให้เก็บเกี่ยวกัน
ก้อ…เป็นอีกวังวนแห่งเรื่องราว ที่ “โซ่หลุด” ได้มีวันระลึกถึงกับ “เจ้านาย” ที่มีเวลาเมื่อไหร่ ก็จะแวะเวียนมาคุยถึงความหลังกัน
เป็นเรื่องของ 2 ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง อย่างแท้จริง





