เส้นทาง ‘มอไซค์’ ‘ฮอนด้า-ยามาฮ่า’ ปี 69 ฤา..‘ภาษี’ จะเป็นจุดเปลี่ยน

ทิศทางในปี 2568 ตลาดรถยนต์จักรยานยนต์ยังคงมีแนวโน้มทรงตัว ค่ายมอไซค์ “ฮอนด้า-ยามาฮ่า” ยังคงเป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนตลาด ย้ำกระแสรถครอบครัวออโตเมติก ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดภายใต้เทคโนโลยีใหม่ ปูทางอนาคต ปี 69 จ้องจับตาจุดเปลี่ยนสำคัญ โครงสร้างภาษีใหม่ ส่งผลต่อทิศทางและกลยุทธ์การแข่งขันของผู้ผลิต
ปี 2568 อุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ไทยคึกคักต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตทั้งการผลิตและยอดขายจากปัจจัยเศรษฐกิจฟื้นตัว, การท่องเที่ยว, ธุรกิจขนส่ง, และดีมานด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่มาแรง แม้มีปัจจัยเสี่ยง เช่น หนี้ครัวเรือนและการแข่งขันสูง แต่ผู้ผลิตอย่าง ฮอนด้า และยามาฮ่า จากญี่ปุ่น ยังคงเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนตลาดภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ตอบสนองผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับตลาดรวมตลอดปี 2568 เราคาดการณ์จะมียอดขายรวมอยู่ที่ 1.68 ถึง 1.73 ล้านคัน หรือเติบโตประมาณ 101% ส่วนไทยฮอนด้าตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1.36 ถึง 1.40 ล้านคัน หรือราว 102% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังมุ่งเน้นไปที่ตลาดรถออโตเมติก และรถครอบครัว เป็นตัวหลักในการผลักดันยอดขาย โดยมีรถบิ๊กไบค์เป็นตัวผสาน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เติบโตเช่นกัน
ส่วนทิศทางของไทยยามาฮ่า ปีที่ผ่านมา โฟกัสไปที่ตลาดรถออโตเมติกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ เห็นได้จากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ที่ผ่านมาของแบรนด์ พร้อมชูความมั่นใจมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกยังคงขยายตัวต่อเนื่องด้วยแผนการตลาดที่เข้าถึงลูกค้า แม้ตลาดรวมเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ แต่ยามาฮ่าตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดด้วยสินค้าที่หลากหลายและบริการหลังการขายที่ดี
“สำหรับการคาดการณ์ตลาดรวมในปี 2568 คาดว่าอยู่ที่ 1.7 ล้านคัน ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยเป้าหมายของยามาฮ่าอยู่ที่ 247,000 คัน เพิ่มขึ้นจากเดิม 7% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว และส่วนแบ่งการตลาดของยามาฮ่า ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 14.5% โดยเน้นการตลาดอย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมา ยามาฮ่ามียอดขายหดตัวลงไปประมาณ10% เหลือ 2.32 แสนคัน ซึ่งเป็นการหดตัวเท่าตลาด” นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี พ.ศ. 2569 ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย และเทรนด์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่จัดเก็บตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แทนการจัดเก็บตามขนาดเครื่องยนต์ (ซี.ซี.) รถสันดาป (ICE) รุ่นที่ปล่อยมลพิษสูงอาจมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเร่งพัฒนาเครื่องยนต์ให้สะอาดขึ้นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคารถไฟฟ้า (อีวี) จะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในระดับต่ำ (ประมาณ 1%) เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะส่งผลต่อทิศทางและกลยุทธ์การแข่งขันของทั้งผู้ผลิตมากขึ้น
สำหรับการเติบโตของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) แม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แต่แนวโน้มการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าโดยรวมก็บ่งชี้ถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มรถจักรยานยนต์อีวี ด้วยเช่นกัน ผู้ผลิตเริ่มปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการนี้ โดยเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านคุณภาพและบริการหลังการขาย
ส่วนรถจักรยานยนต์ในกลุ่มรถครอบครัวก็ยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงอยู่เช่นกันและมียอดขายอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง ฮอนด้า และยามาฮ่า ยังคงให้ความสำคัญและออกรุ่นใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภค
นอกจากนี้แล้วการนำเสนอเทคโนโลยีและรุ่นใหม่ ผู้ผลิตหลายรายมีการเตรียมเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ในปี 2569 โดยนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบเกียร์อัตโนมัติ YECVT ใน Yamaha NMAX Tech MAX ปี 2026 หรือระบบ E-Clutch ใน Honda NX500 ปี 2026 เพื่อเพิ่มทางเลือกและตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้ขับขี่
คาดว่าในปี 2569 ตลาดรถจักรยานยนต์จะยังมีการแข่งขันที่เข้มข้นจากการรุกคืบของรถออโตเมติกไฟฟ้า (อีวี) ค่ายรถญี่ปุ่นและค่ายจีนเริ่มส่งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าออโตเมติกลงสนามแข่งขันมากขึ้น โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่น (Confidence) มากกว่าสงครามราคา เช่น การขยายสถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) รถไฟฟ้าจะมีดีไซน์แบบออโตเมติกเกือบ 100% ทำให้ผู้ใช้งานเดิมเปลี่ยนมาใช้ได้ง่ายโดยไม่ต้องปรับตัว
โดยสรุป ปี 2569 จะยังคงเป็นปีที่ตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติกคึกคักจากการเปิดตัวรถใหม่ๆ แต่ภาพรวมจะอยู่ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีที่สูงขึ้น อีกทั้งยังมีเรื่องของการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีใหม่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในอนาคต

























































