ส่องกล้อง By Oil HONDA CR-V e:HEV ES ออปชันพอเพียง รุ่นนี้ก็โอเค

ก่อนหน้านี้เราเคยนำเสนอ HONDA CR-V เอสยูวียอดนิยมในรุ่นท็อป ภายใต้ขุมพลังไฮบริดอย่าง e:HEV RS 4WD ไปเป็นที่เรียบร้อย มาในฉบับนี้ลองมาดูตัวรองอย่าง e:HEV ES ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยค่าตัวที่ต่ำกว่ารุ่นท็อป 140,000 บาท ซึ่งมีความแตกต่างในเรื่องรูปโฉม รวมถึงเทคโนโลยีเสริมบางตัวที่ด้อยกว่าตัวท็อปเล็กน้อย
ไล่เรียงจากดีไซน์ภายนอก มาในแนวทางสปอร์ตพรีเมียมเช่นกัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ สีดำ Piano Black มาพร้อมชุดไฟส่องสว่าง LED ตามยุคสมัย ประกอบด้วยไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED รวมถึงไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับไฟฟ้าพร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-Free Power Tailgate with Walk Away Close) มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED เติมอารมณ์สปอร์ตด้วยเสาอากาศครีบฉลาม รวมถึงปลอกท่อไอเสียสเตนเลสคู่ และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต ขนาด 18 นิ้ว ซึ่งต่างจากตัวท็อป ที่จะเป็นขนาด 19 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่งโล่ง พรีเมียมยิ่งขึ้น ด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา พร้อมด้วยไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารหลายตำแหน่ง อาทิ ถาดคอนโซลกลาง แผงประตูหน้าและหลัง และที่วางแก้ว สะดวกสบายด้วยระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมด้วยระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร Plasmacluster และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงไฟอ่านหนังสือด้านหลัง LED แบบสัมผัส ซึ่งออปชันต่างๆ ยกระดับการใช้งานได้ดีตามยุคสมัยที่ควรจะเป็น
ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับ การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายที่กว้างขวาง เบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Sliding) เลื่อนและแยกพับแบบ 60:40 เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้าน สามารถปรับพับลงแนวราบได้เรียบ (Utility Mode) ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย และสามารถปรับพับเบาะด้านหน้าและด้านหลัง (Long Mode) เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) ตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของอัตราเร่งและพละกำลังที่ได้ รวมถึงความประหยัดเชื้อเพลิงที่เป็นหนึ่งในจุดเด่นของเครื่องยนต์ไฮบริด

ยังคงมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายของฮอนด้า ผสานการทำงานของกล้องด้านหน้าและเรดาร์ ในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอีกหนึ่งการขยับตัวที่น่าสนใจสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งมีในทุกรุ่นย่อยสำหรับเจนล่าสุดของเอสยูวียอดนิยมค่ายฮอนด้า
หากไม่ต้องการชุดแต่งสไตล์สปอร์ต รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งเป็นออปชันที่มีมาให้ในตัวท็อป และเน้นที่สมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์ที่หลากหลายในสไตล์ของรถยนต์อเนกประสงค์ สิ่งที่ได้จากรุ่นรองท็อปที่เรานำมาเสนอในฉบับนี้ ก็ถือว่าเพียงพอและมีความน่าสนใจ ทั้งยังประหยัดเงินไปได้อีกก้อนหนึ่ง

















