ลองขับ By Oil MITSUBISHI XFORCE HEV B-SUV ที่ให้อารมณ์ทุกฟีลลิ่ง

MITSUBISHI XFORCE HEV ซึ่งเป็นการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ของทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ XFORCE ได้เปิดตัวที่อินโดนีเซียไปก่อนแล้ว และได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี มิตซูบิชิจึงได้นำรถรุ่นนี้มาประกอบที่โรงงานไทยและปรับปรุงสเปกบางอย่าง เช่น เครื่องยนต์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นเครื่อง 1.6 ลิตร Full Hybrid ที่ยกมาจาก XPANDER HEV e:Motion และเครื่องยนต์ตัวนี้มีการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะกับตลาดรถยนต์เมืองไทย
มิติตัวถังของ MITSUBISHI XFORCE HEV จะจัดอยู่ในพิกัด B-SUV ซึ่งในตลาดประเทศไทยต้องพบเจอกับผู้เล่นในตลาดที่หนาแน่นมาก ทั้งรถเครื่องสันดาป, เครื่องยนต์ไฮบริด บอกเลยตลาดนี้ยอดขายเดือดกันอยู่แล้ว และไม่เพียงเท่านี้ ยังต้องมาแข่งกับ B-SUV ไฟฟ้าอีกเยอะแยะเลย ทั้งที่มีจำหน่ายอยู่ตอนนี้และในอนาคตที่รถ EV กลุ่ม B-SUV จะเข้ามาอีก ยิ่งทำให้การขับเคี่ยวของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้มีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ดี MITSUBISHI XFORCE HEV ถือว่าเปิดตัวและประสบความสำเร็จพอสมควร ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง เรามาเริ่มมองกันที่ดีไซน์ ที่จัดมาเต็มทั้งความสปอร์ตและความบึกบึน พร้อมซิ่ง พร้อมลุย การออกแบบที่เน้นความทันสมัย เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการใช้รถยนต์เดินทางได้ทุกรูปแบบ

ในส่วนของมิติตัวถัง ทางมิตซูบิชิได้ให้ข้อมูลว่า รถยนต์รุ่นนี้จัดอยู่ในกลุ่มของ B-SUV แต่จากตัวเลขที่ออกมา ไซซ์ของตัวถังที่ยาว 4,390 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร สูง 1,660 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 183 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน เรียกได้ว่าเหนือกว่าทุกด้าน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ MITSUBISHI XFORCE HEV ดูเหนือกว่าคู่แข่งก็คือ สมรรถนะ ที่ติดตั้งมาให้ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 4A92 ขนาด 1.6 ลิตร MIVEC กำลังสูงสุด 107 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 116 แรงม้า 255 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า FWD พร้อมระบบกระจายแรงบิดขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด Gasohol E20 อัตราสิ้นเปลือง 24.4 กม./ล. มาพร้อมโหมดขับเคลื่อน 7 โหมด เหมือนรุ่นพี่ในค่าย

ตัวมอเตอร์ที่เห็นว่าแรงม้าแรงบิดเท่าเดิม แต่จริงๆ แล้ว เป็นคนละตัวกับ XPANDER HEV คือระบบไฮบริดเวอร์ชันใหม่นี้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะพอสมควร มีการจัดวางตำแหน่งชุดเพลาขับ เจนเนอเรเตอร์ และมอเตอร์ใหม่ ให้รวมเป็นแพ็กที่ขนาดเล็กลงและใช้พลังงานคุ้มค่าขึ้น
ช่วงล่างของ MITSUBISHI XFORCE HEV ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังเป็นแบบคานบิด ทอร์ชันบีม ซึ่งจากประสบการณ์อันโชกโชนของแบรนด์มิตซูบิชิ เชื่อได้ว่าสามารถปรับเซตช่วงล่างและตัวรถให้ออกมาใช้งานได้ครอบคลุมบนทุกสภาพถนนของเมืองไทย พร้อมกับระบบ AYC ที่ช่วยควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง แม้จะเจออุปสรรคระหว่างทาง ก็ยังเฟิร์ม หนึบ เอาอยู่ ปลอดภัย

ในส่วนของออปชัน รุ่นนี้ก็ถือว่าไม่น้อยหน้าคู่แข่ง ทั้งภายนอกและภายใน สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับว่าจะใช้งานอย่างไร ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีมากกว่ากัน ในส่วนของราคาที่เปิดตัว นับว่าสูงอยู่พอสมควร แต่ก็ต้องย้อนไปดูที่ออปชันและเทคโนโลยีที่ให้มา ก็เรียกได้ว่าสมเหตุสมผล ซึ่งส่วนตัวคิดว่าราคารุ่นเริ่มต้น 899,000 บาท เอาจริงก็ถือว่าโอเคแล้ว
บทสรุป ส่วนตัวคิดว่า MITSUBISHI XFORCE HEVนับเป็น B-SUV ที่ให้อารมณ์ทุกฟีลลิ่ง ไม่ว่าดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย, ออปชันการใช้งานที่ครบครัน, ช่วงล่างนุ่มแต่เกาะถนน, ระบบขับเคลื่อนไฮบริดประหยัดน้ำมัน พร้อม 7 โหมดขับขี่ (รวมถึง EV และ Charge) และระบบความปลอดภัยจัดเต็ม ทำให้ขับขี่ในเมืองและเดินทางไกลสะดวกสบาย ด้วยจุดเด่นที่ให้ทั้งความคุ้มค่า เทคโนโลยี และฟังก์ชันที่เหนือกว่าคู่แข่งในเซ็กเมนต์เดียวกัน ทำให้ไม่แปลกใจเลยที่ XFORCE HEV ยังคงเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่นับเป็น “รถเรือธง” ที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขายให้กับแบรนด์รถยนต์มิตซูบิชิ ในตลาดประเทศไทย
















