รามอินทรา จอ…จ่อ…จ้อ…663 ขอบคุณ…ทุกคนยานยนต์ ขอบคุณ…ทุกความมุ่งมั่น ขอบคุณ…ทุกความสำเร็จ

พรรคพวก…ที่ไม่ค่อยได้เจอะเจอกับ “รามอินทรา” มานาน พอมาเจอกัน มักจะถูกถามว่า…ทำไมดูผอมๆ ลงไป ที่ถูกถามอาจเป็นเพราะว่าวันนี้… “รามอินทรา” ดูจะผอมไปจากวันวานจริงๆ ยิ่งคนที่ไม่เจอกันนานๆ ยิ่งจะรู้สึก จะไม่ให้ถูกทักได้ยังไง เคยน้ำหนักขึ้นจนไปถึง 89 กก. ตกใจเหมือนกัน ถ้าไม่กลับมาดูแลน่าจะทะลุหลักร้อยแล้วล่ะ จากนั้น…เลยหันมาใส่ใจกับการกินมากขึ้น จนน้ำหนักค่อยๆลดลง ซึ่งก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร น้ำหนักค่อยๆลดลงจนถึงปัจจุบัน เหลือแค่ 74 กก.มาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยปกติจะเป็นคนที่กินข้าวแค่ 2 มื้อ เป็นมื้อเช้ากับมื้อเย็น กลางวันงด เลยถูกถาม…ทำไมไม่งดเย็น น่าจะเป็นเพราะว่า…วันนี้เกษียณแล้ว ไม่ต้องเข้าและออกออฟฟิศตามกติกา เข้าประมาณ 9.00 น. กลับบ้านก็ 15.00 น. เลยทำให้กินข้าวมื้อเย็นไม่เกิน 6 โมงเย็น หลังจากนั้น…ก็พยายามไม่กินอะไรจุ๊กจิ๊กอีก ส่วนเวลานอนก็ปรับมานอนไม่เกิน 4 ทุ่มครึ่ง แต่ยังตื่นตี 4 ครึ่งเหมือนเดิม แล้วใช้วิธีทำงานบ้านแทนการออกกำลังกาย ก้อ…ถือว่าโอเคนะ ร่างกายดูดีขึ้นด้วย
แต่ที่ยังไม่เปลี่ยน ยังคงเขียนต้นฉบับเป็นปกติ ในสัปดาห์หนึ่งเขียนอยู่ 8 คอลัมน์ ก็เขียนมาเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้วล่ะ ก็มีบ้างเป็นบางสัปดาห์ที่มีอาการติดขัดบ้าง แต่ถ้าสัปดาห์ไหน มีข้อมูลเยอะๆมีตัวละครแยะๆ ไม่มีปัญหา จะเขียนได้ไหลลื่นมาก บางสัปดาห์ 4 คอลัมน์ใช้เวลาแค่ 3 – 4 ชั่วโมงก็ปิดได้แล้ว เป็นวังวนชีวิตที่ยอมรับว่า มีความสุขแล้วล่ะ ในวัย 76 ขวบ ยังสามารถทำงานและจดจำเรื่องราวมาเขียนให้ได้อ่านกันได้ และน่าจะได้สาเหตุหลักของการเปลี่ยนไปในเรื่องของอารมณ์อีกด้วย จากเคยเป็นคนอารมณ์ร้อน เจอะเจออะไรนิดอะไรหน่อย เป็นไม่ยอมใคร วันนี้อารมณ์เย็นลงจนถูกหลายคนทัก ซึ่งทุกคนก็บอกเหมือนๆกันว่า ดูเหมือนเป็นคนละคนเลย มาทำงานก็ไม่ค่อยชอบไปวุ่นวายกับใคร เคยบอกพรรคพวกว่า ใครทำอะไรก็เรื่องของมันไม่อยากไปใส่ใจด้วย เลยมีคำสรุปสั้นๆว่า…ช่างแม่ง…มึง โอเคมั้ยล่ะ
ก้อ…ถือเป็นวังวนชีวิตของ “รามอินทรา” ที่ทำให้รู้สึกมีความสุขและสงบขึ้น ยังภูมิใจที่สามารถทำให้หนังสือพิมพ์ยวดยานนั้น สามารถดำรงอยู่ได้ในวังวนที่ “สื่อสิ่งพิมพ์” นั้น แทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย แต่ก็ยอมรับว่า…ยังคงเหนื่อยอยู่ ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยุ่งยากเช่นนี้ โดยเฉพาะ…ปีนี้ในห้วงเวลาที่เหลืออยู่แค่ไม่ถึง 5 เดือน ยังมีปัญหาเยอะแยะ เรื่องสงครามตะวันออกกลางก็ทำท่าว่าจะกลับมามีปัญหาอีกครั้งเผลอๆอาจมีปัญหาลากยาวไปจนสิ้นปีก็ได้ ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกคนยานยนต์นั่นแหละ ที่ยังคงมีความผูกพันแบบไม่ยอมปล่อยมือ นั่นคือต้นทุนสำคัญยิ่งของ “ยวดยาน” และ “รามอินทรา” และที่ต้องยกความดีความชอบให้ เป็นความมุ่งมั่นของทีมงานทุกคน ที่รวมพลังกันเพื่อให้ทุกก้าวย่างสู่เป้าหมายตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ เพราะลำพังแค่ “รามอินทรา” คงรับมือด้วยไม่ไหว แต่ก็ต้องขอบคุณตัวเองที่เหมือนยังมีพลังที่จะเดินหน้าต่อไป
ขอบคุณทุกพลังที่รวมเป็นความสำเร็จ
มากกว่าขอบคุณ
“รามอินทรา”
บ้านชินเขต
29 กรกฎาคม 2569





