‘มอเตอร์โชว์’ ตำนาน ‘ความสำเร็จ’ ยอดจอง 13,2951 คัน ยอดคนดู 1,798,312 คน ‘รถไฟฟ้า’ บทบาทแห่งโอกาสในวิกฤต

กลายเป็นทอล์กออฟมอเตอร์โชว์ ที่แม้งานจะปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ไม่ว่าการจัดงาน เรื่องของยอดผู้เข้าชมงาน ยอดจองรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่กลายเป็นรถแห่งความต้องการ ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับราคาแบบช็อกหัวใจ กลายเป็น “ทอล์กออฟมอเตอร์โชว์” เพื่อค้นหารถคันที่ใช่ จำนวนผู้เข้าชมงาน 1,798,312 คน กับยอดจองรถยนต์ 13,2951 คันนั้น สร้างความปลื้มปริ่มให้กับ “ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา” ประธานการจัดงาน และ “คุณเต้” จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ในฐานะรองประธานจัดงาน เป็นอย่างยิ่ง
ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ธีม “The ICONIC SYNCHRONICITY” หรือบริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ ที่จัดขึ้นท่ามกลางสภาวะความผันผวนด้านพลังงาน เนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่การจัดงานยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์

ความสำเร็จของงานมอเตอร์โชว์ บุคคลที่ทุกคนต้องคิดถึง คือ ประธานที่ชื่อ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ความสำเร็จของงานที่ทุกคนมองไม่เห็นเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ก้อ…ไม่ง่ายนัก เหมือนดังที่กล่าวไว้ว่า “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ถือได้ว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในรอบ 47 ปี ยอดคนดู 1,798,312 คน ยอดจองรถยนต์ 13,2951 คัน ถือว่าเป็นความสำเร็จที่สวนสถานการณ์อันยากลำบาก จากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาสงครามตะวันออกกลาง กลายเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้คนไทยต้องหาทางออก”
“รถไฟฟ้า จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของการใช้แทนรถน้ำมัน ก่อนงานมีคนพะวงกันว่าสถานการณ์ต่างๆ จะส่งกระทบ แต่ผมยังเชื่อมั่นและยืนยันว่า งานมอเตอร์โชว์ ก็คืองานมอเตอร์โชว์ ที่เป็นงานมหกรรมยานยนต์ระดับโลก เป็นงานประจำปีที่สำคัญของคนรักรถยนต์ และเปรียบเสมือนความผูกพันที่คนไทยมีให้กับงาน”

“ผมจึงเชื่อมั่นเสมอมา ด้วยความตั้งใจของผมที่จะทำให้งานนี้เป็นต้นทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในการต่อยอดความสำเร็จในแต่ละปี และครั้งนี้ความสำเร็จของงานจึงเป็นต้นทุนก้อนใหญ่สำหรับบริษัททุกบริษัท แต่จะสามารถต่อยอดความสำเร็จได้ ประการสำคัญ เหมือนเป็นที่พึ่งของคนไทย ในยามที่ประสบปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน และจำเป็นต้องหันเหมาหารถไฟฟ้า”
ด้าน “คุณเต้” จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ในฐานะรองประธานจัดงาน ก็กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จนี้ว่า “ผมคิดว่า ความสำเร็จของงานนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขการจองรถยนต์ แต่ผมคิดว่าเรากำลังเป็นส่วนสำคัญในการส่งผ่านการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย”
“เราประสบความสำเร็จ ในการที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการมียานพาหนะส่วนตัว ที่ครอบคลุมถึงคนในแต่ละกลุ่มรายได้หลากหลายมากขึ้น และมีต้นทุนของการครอบครองยานพาหนะส่วนตัวลดลง (Cost of ownership) จากการที่ค่ายรถต่างๆ ได้มีการรับประกันต่างๆ นานขึ้น รวมถึงรถที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น รถไฟฟ้า มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ลดลงกว่าในอดีตมาก เราภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการทำให้คนไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤตที่ยากลำบากได้”

“ผมถือโอกาสขอบคุณ ทุกๆ บริษัทที่เข้าร่วมงาน ขอบคุณคนไทยทุกคน ที่เป็นส่วนผสมของความสำเร็จในการจัดงานครั้งที่ 47 ซึ่งน่าจะเป็นอีกตำนานความสำเร็จของงานมอเตอร์โชว์ ประเทศไทย ด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบากมาผนวกเป็นตัวแปรสำคัญ ผมภูมิใจที่ทำให้คนไทยสามารถค้นพบทางออกที่ส่งผลอย่างดียิ่งกับการดำรงชีวิต ขอบคุณครับ”
สำหรับบรรยากาศตลอดระยะเวลาทั้ง 12 วัน ของการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สร้างสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เข้าชมงานที่เดินทางมาชมงานกันอย่างคับคั่ง
สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรป นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง
ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชันพิเศษ และกิจกรรมทดลองขับที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคต เป็นตัวเชื่อมให้ผู้บริโภคเข้าถึง ความปลอดภัยสูงสุด (Safety), ความสะดวกสบาย (Convenience) และความยั่งยืน (Sustainability) ในการขับขี่ ผ่านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และระบบขับขี่อัตโนมัติ สร้างความเชื่อมั่นในแง่มุมของผลิตภัณฑ์และงานบริการหลังการขาย ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ให้กับผู้บริโภค
สำหรับงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และโครงสร้างตลาด โดยมีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนและสร้างแรงส่งให้กับทั้งระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย
ความสำเร็จของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 คงเป็นบทพิสูจน์อีกครั้ง ของความเป็นมอเตอร์โชว์ หนึ่งเดียวของประเทศไทย โดยเฉพาะการจัดงานครั้งที่ 47 ซึ่งมีสถานการณ์ที่ยากลำบากเข้ามาเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จอีกด้วย















