ฟอร์ด เรนเจอร์ (ตัวเล็ก) ‘ซูเปอร์ ดิวตี้’ กระบะ ‘ทรงคุณค่า’ คันเดียว..หลายสไตล์..คุณภาพเกินราคา

รถกระบะฟอร์ดยังคงครองใจผู้ใช้งานและได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ และดีไซน์ที่ดุดัน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ฟอร์ดโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาด ล่าสุดขยับตัว ไลน์อัปใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ปฏิวัติมิติใหม่วงการกระบะคุณภาพฝีมือคนไทย เปิดตัวในราคา 1,599,000 บาท เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์และงานบรรทุกหนัก เผยกระแสตอบรับดีเกินคาด ย้ำจุดแข็งผู้นำตลาดมีรถครอบคลุมทุกการใช้งาน ตั้งเป้าปีนี้ขายรวมไม่ต่ำกว่า 18,000 คัน
ก่อนหน้านี้ ฟอร์ด เปิดตัว เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ครั้งแรกของโลกที่ออสเตรเลีย ที่งานฉลองครบรอบ 100 ปี ฟอร์ด ออสเตรเลีย ก่อนจะขยับตัวมาเปิดตัวต่อที่ประเทศไทย ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ที่ผ่านมา โดย เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ จะถูกผลิตขึ้นที่โรงงงาน AAT (Auto Alliance) จ.ระยอง ประเทศไทย เพื่อขายในประเทศ และส่งออกทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
ซูเปอร์ ดิวตี้ เป็นชื่อรุ่นย่อยของกระบะตระกูล F-Series ที่ทำในสหรัฐอเมริกา ถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน ฟอร์ด เรนเจอร์ เพื่อแสดงศักยภาพในกระบะคอมแพกต์ อย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถกระบะ

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฟอร์ดในการยกระดับมาตรฐานความแกร่งของตลาดรถกระบะ โดยฟอร์ดมองเห็นช่องว่างสำคัญในตลาดสำหรับรถกระบะที่สามารถรองรับภารกิจหนักได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่ผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถสำหรับภารกิจหนัก ไปจนถึงนักเดินทางที่ต้องการรถที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง เราจึงพัฒนารถรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ของรถกระบะสำหรับภารกิจหนัก
พร้อมมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย สะท้อนแนวทางการตลาดระดับโลกของฟอร์ด ภายใต้แพลตฟอร์ม ‘Ready Set Ford’ ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถดึงขีดความสามารถของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ผ่านการใช้รถฟอร์ด”
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมโครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ทั้งหมด มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไป 70-80 กิโลกรัม กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถผลิตจากเหล็กหนาถึง 3.6 มิลลิเมตร ที่ปกป้องช่วงล่างตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงบริเวณถังน้ำมัน พร้อมสำหรับการลงพื้นที่สมบุกสมบันทุกรูปแบบ ระบบช่วงล่างที่ออกแบบใหม่ ประกอบด้วยปีกนกที่หนาที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาให้กับฟอร์ด เรนเจอร์ เพลาขับหน้าและหลังที่แข็งแรงขึ้น และเฟืองท้ายแบบใหม่ที่ใหญ่และแข็งแรง เพื่อรองรับการบรรทุกและลากจูงของที่มีน้ำหนักมากจากการใช้งานอย่างหนักหน่วงของลูกค้า เอกลักษณ์ความ “โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!” ยังสะท้อนผ่านรายละเอียดการออกแบบ เช่น ล้อเหล็ก Heavy Duty นอต 8 ตัว ซึ่งมีเฉพาะในรุ่นซูเปอร์ ดิวตี้ เท่านั้น พร้อมสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า

ฟอร์ดยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยขับขี่ ที่พัฒนาสำหรับการขับขี่ออฟโรดโดยเฉพาะ ด้วยโหมดการขับขี่ครบ 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดถนนลื่น โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่นำมาใช้ในรถกระบะในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist) โดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เปิดตัวในราคา 1,599,000 บาท ส่วนรุ่นหัวเดี่ยวนั้น ฟอร์ดจะเปิดตัวและประกาศราคาออกมาอีกครั้ง
ส่วนการคาดการณ์สถานการณ์ตลาดรถยนต์และเป้าหมายของฟอร์ดปีนี้ นายรัฐการ กล่าวว่า “สำหรับฟอร์ด ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไม่ต่ำกว่า 18,000 คัน ใกล้เคียงกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดรถปิกอัพโดยรวมน่าจะกลับมาอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลางสิ้นสุดลง และเมื่อภาคเศรษฐกิจและเกษตรกรรมฟื้นตัว เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายในกลุ่มรถกระบะจากผู้ประกอบการภาคเกษตรกรรม”





















